ขอวีซ่าอเมริกาB1/B2 สัมปุ๊บ ได้ปั๊บ 10 ปี!! 🇺🇸✈️

วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์ขอ US VISA B1/B2 แบบสัมครั้งเดียวผ่าน !! ( เล่าย้อนไปตอนเดือนกุมภาพันธ์ปี 2025 ที่กรุงเทพ )

background:

- เรียนอยู่ปีสุดท้าย คณะสายสุขภาพ กำลังฝึกงานอยู่ ณ ตอนนั้น

- จะไปเข้าร่วม workshop ตอนเดือนมีนา แต่กะว่าจะบินไปเยี่ยม host + เที่ยวก่อนเข้า workshop สัก 1 สัปดาห์

- US VISA J1 2 รอบ ตอนม.ปลาย, ตอนไป WAT

- เคยไปต่างประเทศมาแล้วบ้าง เช่น ญี่ปุ่น ตุรกี คีร์กีซสถาน

เชื่อว่า key ที่สำคัญของการไปสัมภาษณ์วีซ่าคือการทำให้เจ้าหน้าที่กงสุลมั่นใจว่าเราจะไปท่องเที่ยว/เข้าร่วมกิจกรรมแค่ชั่วคราวและมีความจำเป็นที่จะต้องกลับมาไทยแน่ๆ

- กลางเดือนมกราคม ไปถ่ายรูป และกรอกds160

- ปลายเดือนมกราคมจ่ายเงินค่าขอ VISA ประมาณ 7,000 บาท ทำการจองวันนัดสัมภาษณ์ แต่ที่พีคคือระบบดันขึ้นว่าเราสามารถขอยกเว้นการสัมภาษณ์ได้เพราะเคยมี VISA มาแล้วและหมดอายุมาไม่เกินตามที่เขากำหนดไว้ เลยลองทำตามนั้น คือให้ส่งเอกสารไปกับ DHL เพื่อต่อ VISA โดยไม่ต้องสัมภาษณ์ แค่ผลสุดท้ายคือไม่สามารถทำได้ เพราะ VISA เก่าดันเป็น J1 แต่จะอันใหม่ที่จะขอดันเป็น B1/B2 (เหมือนมันน่าจะต้องเป็นประเภทเดียวกันถึงจะขอยกเว้นการสัมภาษณ์ได้)

- ต้นกุมภาพันธ์เลยต้องมากดขอคิวเร่งด่วนแทน เพราะกำหนดการเดินทางคือเร่งเข้ามาแล้ว (ซึ่งการจะกดคิวเร่งด่วนได้ก็ต้องกดคิวธรรมดาไปก่อนด้วยนะ)

- เราได้คิวสัมภาษณ์เป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ ภาวนาให้อย่ามีอะไรที่ทำให้ต้องทำให้ต้อฃมาสัมภาษณ์ใหม่อีกเลย ไม่อยากเสียตังค์อีกรอบ แล้วก็ไม่อยากเลื่อนตารางการเดินทางด้วย

- ระหว่างรอสัมภาษณ์ก็หาเวลาไป print เตรียมเอกสารที่คิดว่าจะมีประโยชน์กับเรา (plan การเดินทาง, ตั๋วเครื่องบิน, เอกสารรับรองสถานะนักศึกษา, ใบ transcript, invitation letter) และก็ซ้อมตอบคำถามสัมภาษณ์ ฝึกภาษาอังกฤษ แนวคำถามสัมภาษณ์ต่าง ๆ ตาม youtube ตอนนั้นแอบกลัวนิดหน่อย เพราะเรียนปีสุดท้าย+ข่าวลือต่าง ๆ ของการสัมภาษณ์ช่วงหลัง ๆ 🥹

🇺🇸ในส่วนของ ds 160

สิ่งแรกและสิ่งที่สำคัญมาก ๆ คือการกรอก ds160 ตามความจริง !!

- ตรงอาชีพ เราอธิบายลักษณะงานไปค่อนข้างละเอียด ว่าเราเรียนที่ไหน เกรดเท่าไหร่ ปัจจุบันฝึกงานอยู่ที่ไหน ยังมีอะไรต้องทำอีกหลังจากช่วงกำหนดการเดินทางไปอเมริกา (ตอนสัมภาษณ์เลยไม่โดนถามจี้เรื่องนี้มากเท่าไหร่)

- ส่วน travel เราระบุวันที่จะไป-กลับชัดเจน ใส่เมืองที่จะไปเที่ยว เอาตาม plan ที่เราจะถือไปในวันสัมภาษณ์ได้เลย

- ประเทศที่เคยไปก็ใส่ไปตามจริงได้เลย

🇺🇸วันสัมภาษณ์

- เอาของไปน้อย ๆ เพราะเดี๋ยวต้องมีฝากของ วันนั้นเราเอาไปแต่โทรศัพท์และเอกสารที่จะใช้เผื่อเขาขอดู

- ไปถึงก็เช็คอิน + รับเลขรับพัสดุ (ถ่ายไว้เลย เดี๋ยวลืม)

- ปิดโทรศัพท์ แล้วฝากเขาไว้

- เดินตามทาง

- สแกนนิ้วมือ

- สัมภาษณ์

🇺🇸ในส่วนของการสัมภาษณ์

สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ แต่ขออนุญาตแปลเป็นไทยค่าา

(จริง ๆ ในการสัมภาษณ์ สามารถสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยได้นะคะ เจ้าหน้าที่กงสุลเขาพอเข้าใจภาษาไทยอยู่ เห็นคนที่สัมภาษณ์ก่อนหน้าก็สัมภาษณ์เป็นภาษาไทย และผ่านการสัมภาษณ์ด้วยค่ะ)

Q จะไปทำอะไรที่อเมริกา

A จะไปเข้าร่วม workshop ที่เมือง… แต่จะไปเยี่ยม host family ก่อนที่เมือง…

Q workshop อะไร ใครเป็น sponsor

A (ตอบไปตามความจริง)

Q ขอดู invitation letter

A ยื่นเอกสารให้ดู

Q ถ้าไม่ไปเข้าร่วม workshop นี้จะเกิดอะไรขึ้น

A (สั่นแล้วตอนนั้น) ทางโครงการคฃให้จ่ายเงินค่าเสียหาย/เสียเวลาชดเชยเขามั้งคะ เพราะอันนี้โครงการจ่ายให้เยอะมากอยู่ 🥶

Q ตอนนั้นทำไมถึงเลือกไป Kyrgyzstan 🇰🇬

A ทางโครงการเป็นคนเลือกจัดงานที่นั่น หนูไม่ได้เป็นคนเลือกเอง

Q ไปอเมริการอบนี้รวมแล้วกี่วัน

A ประมาณ 14 วันค่ะ

Q ตอนนี้ทำอะไรอยู่

A เป็นนักศึกษาชั้นปีที่4 สาขา… กำลังฝึกงานที่โรงพยาบาล... อย่างวันนี้ก็ขออาจารย์เข้างานเลทนิดหน่อย สัมภาษณ์เสร็จก็ต้องรีบเดินทางไปฝึกงานต่อ

จบด้วย your Visa is approved

นาทีนั้นจะกรี้ดแล้วในใจ เพราะดีใจมาก + โล่งสุด ๆ เลยบอก Thank you so much and Happy Valentine’s day 🌷 แล้วรีบเดินออกมา 🥲

ใด ๆ ทั้งหมดนี้ทางโครงการเป็นคนจ่ายให้เราน้าา

#สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา🇺🇲 #visausa #ขอวีซ่าอเมริกา #เที่ยวต่างประเทศ #usa🇺🇸

กรุงเทพมหานคร
2025/8/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนถามกันบ่อยมากว่า “วีซ่า B1/B2 คืออะไร” เราสรุปจากที่ไปยื่นจริง + อ่านเงื่อนไขก่อนสัมภาษณ์ไว้ให้แบบเข้าใจง่ายนะคะ (เผื่อใครกำลังลังเลว่าจะขอประเภทไหนดี) B1/B2 คือวีซ่าชั่วคราว (Non-immigrant) ที่ให้เราเดินทางเข้าสหรัฐฯ “ระยะสั้น” โดยรวม 2 วัตถุประสงค์ไว้ในใบเดียว - B1 = เพื่อธุรกิจ/งานแบบชั่วคราว เช่น ไปประชุม ไปอบรม ไปสัมมนา ไปเจรจาธุรกิจ ไปงาน conference/workshop (แต่ไม่ได้ไปทำงานรับเงินที่สหรัฐฯ) - B2 = เพื่อท่องเที่ยว/พักผ่อน/เยี่ยมญาติ/เยี่ยมเพื่อน รวมถึงการทำกิจกรรมเพื่อความเพลิดเพลินทั่วไป ดังนั้นถ้าแพลนของคุณเป็น “ไปเที่ยว + ไปงาน/เวิร์กช็อปสั้น ๆ” แบบเรา B1/B2 มักจะตอบโจทย์มาก เพราะครอบคลุมทั้งเที่ยวและกิจกรรมเชิงงานที่ไม่ได้เป็นการทำงานประจำ สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิด 1) วีซ่า 10 ปี ≠ อยู่ได้ 10 ปีรวด ของเราได้อายุวีซ่า 10 ปีจริง (ในพาสปอร์ตจะขึ้นวันออกวีซ่าและวันหมดอายุชัดเจน) แต่ “ระยะเวลาที่อยู่ได้ต่อครั้ง” จะถูกตัดสินตอนเข้าด่าน ตม. อเมริกา (มักให้เป็นเดือน ๆ ตามความเหมาะสม) ไม่ใช่ถือวีซ่าแล้วอยู่ยาวได้เลย 2) B1/B2 ไม่ใช่วีซ่าทำงาน ใช้ไปทำงานรับเงิน/ทำงานประจำไม่ได้ ถ้าตอบสัมภาษณ์หรือกรอก DS-160 แล้วสื่อว่าไปทำงาน อาจเสี่ยงไม่ผ่านได้ ควรเน้นว่าไปชั่วคราวและมีเหตุผลต้องกลับไทย B1/B2 เหมาะกับใครบ้าง - คนจะไปเที่ยวอเมริกา/เยี่ยมเพื่อน-ญาติ - นักเรียน/นักศึกษาที่จะไป workshop, seminar, short course ระยะสั้น (ไม่มีรายได้จากฝั่งสหรัฐฯ) - คนทำงานที่ต้องไปประชุม/งานแสดงสินค้า เอกสาร/ข้อมูลที่ “ควรมี” ให้คำตอบใน DS-160 และวันสัมภาษณ์ดูน่าเชื่อถือ - แพลนการเดินทาง (ไปเมืองไหน กี่วัน กลับวันไหน) - หลักฐานสถานะในไทย: หนังสือรับรองนักศึกษา/ที่ทำงาน, ตารางฝึกงาน, transcript (ถ้ามี) - หลักฐานกิจกรรม: invitation letter/รายละเอียด workshop หรือผู้สนับสนุน (sponsor) - ประวัติการเดินทาง (เคยไปประเทศไหนมาก่อน ใส่ตามจริง) ทริคส่วนตัวจากประสบการณ์สัมภาษณ์ของเรา - คีย์หลักคือทำให้กงสุลมั่นใจว่า “ไปชั่วคราวและกลับไทยแน่” เราเลยตอบชัดว่ากำลังฝึกงานอยู่ มีภาระต้องกลับไปทำต่อ และกำหนดทริปประมาณ 14 วัน - กรอก DS-160 ตรงความจริงและละเอียดในส่วนที่อธิบายสถานะตัวเอง (เรียน/ฝึกงาน/มีอะไรต้องทำต่อหลังทริป) - เตรียมเอกสารไปเผื่อ แต่ตอนสัมภาษณ์เขาอาจขอดูแค่บางอย่าง (ของเราโดนขอ invitation letter) ถ้าคุณกำลังหาข้อมูลว่า “วีซ่า b1/b2 คืออะไร” แล้วแพลนใกล้เคียงกับเรา ลองเช็กให้ชัวร์ว่าจุดประสงค์เข้าประเทศเป็นเที่ยว/กิจกรรมระยะสั้นจริง ๆ และเตรียมคำตอบเรื่องเหตุผลที่ต้องกลับไทยไว้ จะช่วยให้มั่นใจขึ้นมากค่ะ

ค้นหา ·
คำถามวีซ่าอเมริกา b1/b2

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ vrn ch
vrn ch

รอวีซ่า นานไหมคะ

ดูเพิ่มเติม(1)