รีวิวการเรียนการสอบราม

รีวิวเรียนรามมาแล้วใน2ปีครึ่งในแบบกุ๊กกิ๊ก (เกี่ยวกับการเรียนการสอบ)

กิ๊กเข้าเรียนม.รามตอนเทอม2/65ซึ่งขออธิบายแป๊บน๊าใน1ปีการศึกษามี3เทอมก็คือ เทอม1,2และภาคฤดูร้อนในปี65กิ๊กเรียน2เทอมคือเทอม2และภาคฤดูร้อนพอมาปี66และ67กิ๊กเรียน3เทอมเลยรวมเรียนมาแล้ว8เทอมซึ่งปัจจุบันกิ๊กยังเรียนอยู่ในเทอม1/68ซึ่งพอจบเทอมนี้กิ๊กก็จะเรียนจบรามในระยะเวลา3ปีซึ่งคณะของกิ๊กมันสามารถเรียนจบได้ภายใน2ปีครึ่งถ้าแต่ละเทอมลงเรียนเต็มในเทอม1,2มันลงได้สูงสุด7วิชาลงไม่เกิน 21 หน่วยกิตในส่วนของภาคฤดูร้อนลงได้สูงสุด3วิชาคือ9หน่วยกิตที่กิ๊กเรียนจบ3ปีเพราะว่ากิ๊กลงเรียนไม่เต็มตอนเริ่มเรียนเทอม2/65กิ๊กเรียนแค่5วิชาและตอนภาคฤดูร้อน65กิ๊กลง2วิชาแล้วเทอมต่อๆมาก็ลง5ลง6มีอยู่เทอม1ที่ลง7คือเทอม1/67ในเทอมฤดูร้อนกิ๊กก็ลง2ลง3บ้างเพราะต้องดูวันเรียนไม่ให้ตรงกันเพราะว่ากิ๊กเน้นเข้าเรียนเพราะกิ๊กคิดว่าถ้าเรียนอยู่บ้านจะไม่มีแรงถีบตัวเองให้ขยันมากพอเท่ากับการไปนั่งเรียนในห้องสูตรการเรียนของกิ๊กคือกิ๊กจะเข้าไปเช็คใน มร.30เพื่อให้รู้วันเวลาเรียนวันสอบแต่ละวิชาที่เราจะลงมันมีอันไหนตรงกันและใกล้กันเกินไปมั้ยถ้าตรงกันก็ไปหาวิชาอื่นในหลักสูตรที่เวลาเรียนไม่ซ้ำกันเพื่อให้เรียนได้สะดวกไม่กดดันส่วนการสอบกิ๊กเลือกสอบวันละวิชาพอคาบการสอบมี2คาบ A คือคาบเช้า 9:30-12:00 คาบ B คือคาบบ่าย 14:00-16:00 มันก็มีบ้างที่วันสอบติดกันเช่นสอบ25-26และ2วันนี้อาจได้คาบเช้าเหมือนกันซึ่งเวลากิ๊กเจอแบบนี้คือกิ๊กสอบ25เสร็จกิ๊กก็กลับมาทบทวนตอนเย็นวิชาของวันที่26พอเช้าก็ไปสอบถ้าไม่อยากให้ชิดมากไปตอนลงทะเบียนเรียนเราต้องดูดีๆว่าวันสอบวันเดียวกันมั้ยคาบเช้าคาบบ่ายซ้ำกับวิชาอื่นๆที่เราจะลงหรือป่าวถ้าเผลอลงซ้ำกันก็ให้เลือกวิชาหนึ่งสอบอีกวิชาสอบซ่อมเอาแต่ตอนลงทะเบียนสอบซ่อมมันจะมีค่าบำรุงมหาลัย200ค่าลงทะเบียนวิชาละ75บาทของกิ๊กเคยลงซ่อมแค่1วิชาครั้งเดียวก็คือ275บาทและการสอบที่ไม่บอกไม่ได้คือการสอบe-testingเป็นการสอบในระบบคอมพิวเตอร์แต่ไม่ได้สอบที่บ้านนะไปสอบที่มหาลัยแต่จะสอบโดยการใช้คอมพิวเตอร์มีกรรมการคุมสอบส่วนใหญ่วิชาที่เปิดให้สอบในรูปแบบe-testingเนื่องจากเป็นวิชาพื้นฐานและมีคนเรียนเยอะซึ่งการสอบe-testingนี้มีค่าใช้จ่ายนะวิชาละ200เหมาะสำหรับคนทำงานเพราะเลือกวันมาสอบเองได้สอบผ่านแล้วไม่ต้องมาสอบตามวันสอบจริงแต่ถ้าไม่ผ่านยังสามารถมาสอบตามระบบได้ในวันสอบจริงเพิ่มอีกหน่อยสำหรับคนสนใจมาเรียนรามตารางเรียน/ตารางสอบ ผลการเรียนจะอยู่ใน e-service ru เข้าไปดูวันเวลาอาคารที่สอบได้ต้องมีแผนผังมหาลัยดูว่าตึกสอบมันอยู่ราม1หรือราม2วันสอบจะได้ไปถูกและไม่เสี่ยงในการสอบ

#รีวิวเรียนราม

2/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้น เน้นความยืดหยุ่นในตารางการเรียนซึ่งแบ่งเป็น 3 เทอมต่อปี ได้แก่ เทอม 1, เทอม 2 และภาคฤดูร้อน นักศึกษาสามารถเลือกเรียนวิชาตามความพร้อมและเวลาที่เหมาะสม โดยหนึ่งในเคล็ดลับสำคัญคือการตรวจสอบตารางเรียนและวันสอบผ่านระบบ มร.30 อย่างละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงการเรียนและสอบทับซ้อนกัน ซึ่งจะช่วยให้การเรียนมีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การลงทะเบียนเรียนปกติในเทอม 1 และ 2 สามารถลงเรียนได้สูงสุด 7 วิชา หรือไม่เกิน 22 หน่วยกิต ส่วนภาคฤดูร้อนสามารถลงได้สูงสุด 3 วิชา หรือ 9 หน่วยกิต จึงแนะนำให้นักศึกษาวางแผนการลงทะเบียนให้เหมาะสมกับเวลาการเรียนและความสามารถในการทำงาน เพื่อให้สามารถเรียนจบในระยะเวลาที่รวดเร็วที่สุดได้ อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือการวางแผนสอบอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะตารางสอบที่แบ่งเป็นคาบเช้า (9:30-12:00) และคาบบ่าย (14:00-16:00) การเลือกสอบวันละวิชาช่วยลดความตึงเครียดและเพิ่มโอกาสในการทำคะแนนได้ดีขึ้น หากวันสอบมีวิชาทับซ้อนกันนั้น ก็สามารถเลือกสอบซ่อมได้โดยมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย ซึ่งควรลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่เป็นคนทำงานได้ใช้ระบบสอบ e-testing ซึ่งเป็นระบบสอบผ่านคอมพิวเตอร์ในมหาวิทยาลัย โดยสามารถเลือกวันสอบได้เองสะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัด การสอบระบบนี้มีค่าธรรมเนียมอยู่ที่วิชาละ 200 บาท และหากสอบไม่ผ่านก็ยังสามารถเข้าสอบในวันที่สอบจริงได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม นักศึกษายังสามารถตรวจสอบตารางเรียน ตารางสอบ รวมทั้งผลการเรียนได้อย่างรวดเร็วผ่านระบบ e-service ของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีข้อมูลครบถ้วนพร้อมแผนผังมหาวิทยาลัย ระบุอาคารสอบทั้งราม1 และราม2 ช่วยให้เตรียมตัวและไปสอบได้อย่างถูกต้องตรงเวลา ลดความวิตกกังวลและความเสี่ยงที่จะสอบพลาด ด้วยการเตรียมตัวและวางแผนตามวิธีที่กล่าวมา จะช่วยให้นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงทุกคนสามารถจัดการกับการเรียนและสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถบรรลุเป้าหมายการเรียนจบในระยะเวลาที่ต้องการได้อย่างมั่นใจ