Automatically translated.View original post

Election 2026 to repeat the original 1957

Or the 2026 election will be dirtier.

The 1957 Thai parliamentary election took place twice, the most prominent in history was the February election, which was dubbed "the dirtiest election in Thai history."

1. Elections 26 February 1957 (1st)

This election was fraught with widespread corruption to maintain government power.

Winning party: The Liberal Party, led by Marshal Pibul War, went 86 out of 160 seats.

Important cheats: The use of "paratroopers" (voting candle people) and "fire cards" (inserting a ballot paper that has already voted into a large chest) is found.

Impact: Students and citizens rally hard to protest. There is a flag lowered at half a pole mourning democracy.

The End: Leading up to a coup by Marshal Hermit on September 16, 1957, to overthrow the Marshal Government.

2. Election of 15 December 1957 (2nd session)

Held after the coup to restore democratic power under the supervision of the interim government.

Winning party: The United Bhumi Party, which supported Marshal Saridhi, won the top vote.

Result: Lieutenant General Cherish Kittikram (rank at the time) was later appointed Prime Minister.

2/4 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์และข้อมูลในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของไทย โดยเฉพาะการเลือกตั้งในปี 2500 ที่มีชื่อเสียงว่าถือเป็น ‘การเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย’ แสดงให้เห็นว่าปัญหาการทุจริตในการเลือกตั้งของไทยนั้นมีความรุนแรงและส่งผลกระทบอย่างมากต่อความเชื่อมั่นของประชาชน การใช้กลวิธีที่ผิดกฎหมาย เช่น “พลร่ม” หรือการหมุนเวียนคนลงคะแนนแทนกัน และ “ไพ่ไฟ” หรือการสอดบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วเข้าไปในหีบจำนวนมาก ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าความซับซ้อนของการโกงนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย หากย้อนกลับมาดูการเลือกตั้ง พ.ศ. 2569 ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นหลายฝ่ายก็กังวลว่าอาจจะซ้ำรอยการโกงแบบเดิม หรือแม้กระทั่งอาจเลวร้ายกว่าในอดีต ซึ่งก็จำเป็นต้องติดตามการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานตรวจสอบและประชาชนเองเพื่อปกป้องสิทธิ์และความโปร่งใส การเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ เลยช่วยให้เห็นว่าการมี ‘สิทธิเลือกตั้ง’ ไปพร้อมกับ ‘การได้เลือกตั้งที่สะอาด’ นั้นสำคัญมากต่อระบอบประชาธิปไตย ในมุมของผู้มีประสบการณ์เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองและชุมชน ผมอยากแนะนำว่าเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเดิม ๆ เช่นการเลือกตั้งที่สกปรกในปี 2500 ประชาชนต้องเข้าใจกลไกการทำงานของหน่วยงานผู้จัดการเลือกตั้ง ติดตามประเด็นข่าวสาร และร่วมมือกันแจ้งเบาะแสเมื่อพบการโกง เพื่อให้สามารถจับผิดกลโกงที่เกิดขึ้น เช่นการใช้บัตรเลือกตั้งซ้ำ หรือการจัดการคน “พลร่ม” ได้ทันท่วงที นอกจากนี้ การศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเลือกตั้ง จะทำให้เราเห็นภาพรวมว่าการโกงเกิดขึ้นได้อย่างไรและผลจะออกมาเป็นอย่างไร เพื่อช่วยให้เราไม่กลัวและพยายามหาทางป้องกันโดยวิธีที่ถูกต้อง เช่น การใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการตรวจสอบคะแนน และการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในสิทธิเลือกตั้งของประชาชนทุกคน ท้ายที่สุด การเลือกตั้งที่สะอาด โปร่งใส เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ ประชาชน หรือแม้แต่นักการเมืองเอง เพื่อให้ประเทศเดินหน้าอย่างมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องย้อนกลับไปพบกับซ้ำรอยเหตุการณ์ทุจริตในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาที่ถูกบันทึกไว้ว่าเลวร้ายที่สุด