ถ้าชีวิตสงบสุข ลองมีลูกก่อน #ชีวิตหลังมีลูก #แฟนจปร #แม่บ้านทหารบก #นายร้อยจปร #หัวเกรียนที่จริงใจ @จ๋า means JAH 🌸 @Pud Supanun
ใครที่เจอคีย์เวิร์ด “นายร้อยลองรัก” แล้วหลงเข้ามา เพราะอยากรู้ชีวิตคู่กับนายร้อย/บ้านทหารจริงๆ เป็นยังไง ขอมาบอกแบบไม่สวยหรูว่า…ก่อนมีลูกเรานึกว่าชีวิตคงนิ่งๆ เรียบๆ แต่พอมีลูกเท่านั้นแหละ จาก “ชีวิต” ที่สงบสุข กลายเป็น “ชีวิตหลังมีลูก” ที่ทั้งวายing และวุ่นวายing แบบเรียลๆ ทุกวัน ช่วงแรกที่ลูกเกิด สิ่งที่เปลี่ยนชัดที่สุดคือเวลาและพลังงานค่ะ ต่อให้แฟนเป็นนายร้อยที่ดูแข็งแรง มีวินัยแค่ไหน พอกลับบ้านมาเจอเสียงร้องกลางคืน ตารางก็รวนได้เหมือนกัน เราเลยต้องคุยกันตรงๆ เรื่องการแบ่งหน้าที่ เช่น คืนนี้ใครรับกะกล่อม ใครล้างขวด ใครเตรียมนม/ผ้าอ้อม ถ้าไม่คุยไว้ก่อน จะกลายเป็นต่างคนต่างเหนื่อยแล้วเผลอหงุดหงิดใส่กันง่ายมาก อีกเรื่องคือ “วินัย” ของบ้านทหารช่วยได้จริง แต่ต้องปรับให้เข้ากับเด็กค่ะ เราลองทำตารางหลวมๆ เช่น ช่วงเช้าอาบน้ำ/เล่น ช่วงเย็นอาบน้ำ/นอน ไม่ต้องเป๊ะเป็นนาที แต่ให้มีแพทเทิร์น เด็กจะงอแงน้อยลง ส่วนผู้ใหญ่ก็พอเดาได้ว่าจะมีเวลาพักตอนไหน ทริคที่เราใช้แล้วรอด: - เตรียมของเป็นโซน: มุมเปลี่ยนผ้าอ้อม มุมนม มุมอาบน้ำ หยิบง่าย ลดความวุ่นวาย - ทำ “กระเป๋าลูก” ไว้ตลอด: ผ้าอ้อม ทิชชู่เปียก เสื้อสำรอง ยาดม/ยาทากันยุง (ตามความเหมาะสม) เวลาต้องออกไปทำธุระจะไม่ลืมของ - ถ้าวันไหนแฟนเข้าเวร/ไม่อยู่ ให้ลดความคาดหวังกับบ้าน: เลือกทำแค่สิ่งจำเป็น แม่จะไม่หมดแรง และที่สำคัญที่สุดสำหรับบ้านที่มีนายร้อย คือการสื่อสารแบบไม่ประชดค่ะ เหนื่อยก็บอก เหลือไม่ไหวก็ขอพัก เราเคยคิดว่า “เดี๋ยวเขาก็รู้เอง” สุดท้ายไม่รู้ค่ะ เพราะแต่ละคนเหนื่อยคนละแบบ ยิ่งช่วงลูกเล็กๆ คำว่า “ช่วยหน่อย” พูดให้ชัดๆ จะเซฟความสัมพันธ์มาก สรุปแล้ว “นายร้อยลองรัก” ในชีวิตจริง หลังมีลูกไม่ได้หวานตลอดเวลา แต่ถ้าจับมือกันแบ่งงาน แบ่งพัก และให้กำลังใจกัน บ้านที่เคยวุ่นวายing ก็จะค่อยๆ ลงตัวขึ้น แล้วเราจะเริ่มสนุกกับการเป็นครอบครัวจริงๆ มากขึ้นทุกวัน






































