Automatically translated.View original post

Is it the same ❓ ride in an EV and dizzy that a normal car

The solution is to sit in the front seat and look at the road far away. Adjust the driving mode to Comfort. Reduce regen. Tell the driver to go soft-braking (very important). Avoid bending over the phone and turn the air conditioner on. 😊

♪ Electric train # ev car # Car review # Easy car story

1/28 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยนั่งรถ EV หลายรุ่นพบว่าการมึนหัวหรือคลื่นไส้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุสำคัญ นอกจากการนั่งเบาะหน้าและมองไปไกล ๆ ยังแนะนำให้ตั้งค่ารถในโหมด Comfort เพื่อให้ช่วงล่างนุ่มนวลขึ้น และลดแรงหน่วงจากระบบ regen braking ที่ทำให้รู้สึกเหมือนรถหน่วงทันทีเมื่อปล่อยคันเร่ง สิ่งที่คนส่วนใหญ่มักไม่รู้คือ "แรงบิดทันที" ของรถ EV ที่เงียบมากไม่มีเสียงเครื่องยนต์คอยเป็นตัวเตือน ทำให้สมองและหูชั้นในไม่ซิงค์กัน ส่งผลให้สมองสับสนและทำให้เกิดอาการมึนหัวได้ง่ายขึ้น อีกทั้งแรงสั่นสะเทือนที่น้อยกว่ารถยนต์ทั่วไปก็ทำให้กลไกการรับรู้การเคลื่อนไหวของร่างกายถูกลดทอนลง นอกจากนี้ น้ำหนักของแบตเตอรี่และการตั้งค่าส่วนต่าง ๆ ของช่วงล่างก็มีผลต่อการทรงตัวของรถ EV ซึ่งคนที่ไวต่ออาการเมารถ (motion sickness) จะรู้สึกได้ชัดเจนกว่ารถทั่วไป การเปิดแอร์เพื่อลดความอึดอัดและรักษาอากาศถ่ายเทในรถจึงช่วยบรรเทาอาการได้ ถ้าคุณใช้มือถือระหว่างขับรถ EV ก็ควรหลีกเลี่ยงเพราะการก้มลงมองหน้าจอจะทำให้สมองได้รับข้อมูลภาพที่ไม่สมดุลกับการเคลื่อนไหว และยิ่งทำให้อาการมึนหัวกำเริบขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนี้ลองปรับพฤติกรรมการนั่งรถ พร้อมตั้งค่ารถตามคำแนะนำนี้ดู แล้วคุณจะพบว่าการนั่งรถ EV จะนุ่มนวลและสบายขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นผู้ที่มีอาการเมารถง่ายอยู่แล้วด้วย