Zap! Kettle the tilapia.
Hot, rainy day# Kettle tilapiaVery spicy # Thai coconut milk
ใครกำลังหาเมนู “ต้มข่าปลานิล / ต้มข่า ปลา” แบบทำง่าย ซดคล่องคอ ฉันทำบ่อยมากเวลาอากาศเย็นๆ หรือวันฝนตก เพราะแค่ได้กลิ่นข่าตะไคร้ใบมะกรูดกับกะทิหอมๆ ก็รู้สึกสบายท้องแล้วค่ะ สิ่งที่ช่วยให้ต้มข่าปลานิลอร่อยแบบไม่คาว (ทริคที่ลองแล้วเวิร์ก) 1) เลือกปลานิลสด: ตาต้องใส เหงือกแดง กลิ่นไม่แรง ถ้าเป็นชิ้นปลาแล่ให้ดูเนื้อแน่นไม่เละ 2) ลดคาวก่อนลงหม้อ: ฉันชอบล้างปลาแล้วซับให้แห้ง จากนั้นขยำเกลือนิดหน่อยหรือราดน้ำมะนาวบางๆ แล้วล้างออกเร็วๆ (อย่าแช่นาน เดี๋ยวเนื้อปลาแข็ง) 3) อย่าคนแรงหลังใส่ปลา: ใส่แล้วค่อยๆ เขย่าหม้อแทน จะช่วยให้เนื้อปลานิลไม่แตก สัดส่วนเครื่องต้มข่าแบบบ้านๆ (ปรับได้ตามชอบ) - ข่าอ่อนหั่นแว่น 6–8 แว่น - ตะไคร้ทุบหั่นท่อน 1–2 ต้น - ใบมะกรูดฉีก 4–6 ใบ - พริกขี้หนูบุบ (ชอบแซ่บใส่เพิ่มได้) - เห็ดฟาง/เห็ดนางรมตามสะดวก - กะทิ (แนะนำใช้ “กะทิเรียลไทย” หรือกะทิกล่องที่หอมมัน) 1 กล่องเล็ก + น้ำเปล่าหรือน้ำสต็อก - น้ำปลา, น้ำมะนาว, น้ำตาลนิดเดียว (ตัดรส) วิธีทำต้มข่าปลานิลให้หอมมันและไม่เลี่ยน 1) ต้มน้ำ (หรือน้ำสต็อก) ใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด เคี่ยวให้หอมก่อน 5–8 นาที 2) ใส่เห็ด ปรุงรสเค็มด้วยน้ำปลานิดหน่อยก่อน เพื่อให้รสเข้าเนื้อ 3) ใส่ปลานิล รอเดือดอ่อนๆ จนปลาเกือบสุก (อย่าไฟแรงจัด) 4) ค่อยเติมกะทิ แล้วลดไฟให้อ่อนที่สุด พอเริ่มมีฟองปุดๆ ปิดไฟได้เลย (กะทิจะหอมและไม่แตกมัน) 5) ชิมแล้วค่อยใส่น้ำมะนาวตอนปิดไฟ รสเปรี้ยวจะสด ไม่ขม ไอเดียปรับรส “ต้มข่า ปลา” ให้ถูกปาก - ชอบเข้มข้น: เพิ่มกะทิ และลดน้ำลงเล็กน้อย - ชอบเผ็ดแซ่บ: ใส่พริกขี้หนูบุบตอนท้าย หรือเติมพริกเผานิดเดียวให้สีสวยและนัว - ชอบกลิ่นสมุนไพรชัด: เพิ่มข่าอ่อนกับใบมะกรูด แต่ระวังใส่ข่าแก่เยอะไปจะเผ็ดขม เสิร์ฟยังไงให้อร่อยสุด ฉันชอบกินต้มข่าปลานิลกับข้าวสวยร้อนๆ หรือเส้นขนมจีนก็เข้ากันมาก ซดคำแรกคือหอมกะทิ ตามด้วยเปรี้ยวเค็มเผ็ดนิดๆ แบบละมุนๆ เป็นเมนูบ้านๆ ที่ทำแล้วเหมือนปลอบใจตัวเองในวันฝนตกเลยค่ะ
