น้ำพริกปลาทู
หลายคนอาจเรียก “ป่นปลาทู” บางบ้านก็เรียก “น้ำพริกปลาทู” แต่ฟีลเดียวกันเลยค่ะ คือความหอมจากการย่าง + ความนัวแบบปลาทู + ความเผ็ดสดชื่นจากพริกจินดา เราทำเวอร์ชันคลีนๆ กินเองบ่อย เพราะอยากได้รสจัดแต่ยังคุมหวาน/ผงชูรสอยู่ วัตถุดิบที่เราใช้ (ปรับได้ตามที่มี) - ปลาทู 1–2 ตัว (เลือกแบบเนื้อแน่นๆ) - หอมแดงย่าง + กระเทียมย่าง (ยิ่งย่างยิ่งหอม) - พริกจินดาย่าง (ใครไม่ไหวลดจำนวนได้) - น้ำปลาร้าคีโต (ช่วยเพิ่มความนัวแบบไม่ต้องพึ่งผงชูรส) - ผักชีซอยเล็กน้อย (เพิ่มความหอมสด) - ผักแนม: แตงกวา ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี ผักลวก/ผักสดตามชอบ วิธีทำป่นปลาทูให้อร่อยแบบ “ต้มสุก สะอาด” 1) เตรียมปลาทู: เราชอบนึ่งหรือย่างให้สุกก่อน แล้วค่อยแกะเอาแต่เนื้อ ระวังก้างเล็กๆ จะได้กินง่ายและปลอดภัย 2) ย่างเครื่อง: หอมแดง กระเทียม พริกจินดา ย่างบนกระทะหรือเตาถ่านก็ได้ ให้ผิวเกรียมนิดๆ กลิ่นจะหอมมาก 3) โขลก/ตำ: เริ่มจากพริกกับเกลือปลายช้อน (ถ้ามี) ตามด้วยหอมแดงย่าง กระเทียมย่าง แล้วใส่เนื้อปลาทูลงไปตำเบาๆ พอเข้ากัน ไม่ต้องละเอียดมากจะได้มีเท็กซ์เจอร์ 4) ปรุงรส: ค่อยๆ เติมน้ำปลาร้าคีโตทีละนิด ชิมจนได้ความนัวเค็มที่ชอบ ถ้าอยากให้ชุ่ม เติมน้ำอุ่นเล็กน้อยได้ 5) ปิดท้ายด้วยผักชี: โรยผักชีแล้วคลุกเบาๆ กลิ่นจะสดขึ้น ทริคที่ทำให้ป่นปลาทู “แซ่บ นัว” แบบคลีนๆ - ย่างเครื่องก่อนเสมอ กลิ่นหอมคือหัวใจของเมนูนี้ - ไม่ใส่น้ำตาลก็อร่อยได้ โดยใช้ความหวานธรรมชาติจากหอมแดงย่างช่วยแทน - ถ้าเผ็ดโดดไป เติมหอมแดงย่างเพิ่ม จะช่วยบาลานซ์รสได้ดี - เก็บในตู้เย็นได้ 1–2 วัน (แนะนำตักด้วยช้อนสะอาดทุกครั้ง) เสิร์ฟยังไงให้อร่อย เราชอบกินป่นปลาทูกับผักสดกรอบๆ หรือผักลวกอุ่นๆ คู่กับข้าวสวยร้อนๆ คือจบมื้อแบบฟินมาก ใครสายคีโต/คุมแป้งก็จัดกับผักแนมเยอะๆ ได้เลย อิ่ม เบา แต่รสชาติไม่เบาแน่นอน















