อยากเป็นหมอฟันต้องรู้! 🦷✨ เจาะลึกคณะทันตะฯ 6 ปีเรียนอะไรบ้าง? ต้องสอบวิชาไหน?

รู้ทฤษฎีแล้ว...มาลองปฏิบัติจริงกันดีกว่า! 🦷

.

น้องๆ คนไหนที่ฝันอยากเป็นหมอฟัน แต่ยังไม่แน่ใจว่า...

❌ เราจะชอบกลิ่นโรงพยาบาลไหม?

❌ เราจะมือนิ่งพอไหม?

❌ งานฝีมือเราจะรอดหรือเปล่า?

ต้องมาค่ายนี้! เราจะพาน้องๆ ไปจำลองชีวิตเด็กเดนท์ 1 วันเต็ม! 🦷✨

🛠️ กิจกรรม Highlight ที่ต้องโดน:

• Workshop แกะสลักฟัน (Tooth Carving): สกิลพื้นฐานที่เด็กทันตะปี 2 ต้องเจอ! มาลองแกะสลักเทียนให้เป็นรูปร่างฟันด้วยมือตัวเอง 🕯️

• Workshop พิมพ์ปาก (Dental Impression): ลองผสมปูน พิมพ์แบบจำลองฟัน สนุกและเลอะแน่นอน! 🦷

• แนะแนวจากรุ่นพี่ตัวจริง: ล้วงลึกชีวิตในคณะที่หาอ่านในเน็ตไม่ได้ (เรื่องเรียน เรื่องสอบ เรื่องรับน้อง!)

🎁 จบค่ายรับไปเลย:

✅ เกียรติบัตรฉบับจริง (ใส่พอร์ตได้ 100%)

✅ รูปถ่ายขณะทำกิจกรรมทุกฐาน (ตากล้องเราถ่ายสวยมาก!)

✅ เพื่อนใหม่คอเดียวกันเพียบ!

.

💬 สนใจทักแชท / พิมพ์ "สนใจค่ายทันตะ" ไว้เลย เดี๋ยวพี่ทักไป!

#dek70 #ทันตะ #study #university #จุฬา

2/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนค้นว่า “คณะทันตแพทย์เรียนอะไรบ้าง” กับ “เรียนหมอฟันกี่ปี” เพราะอยากเห็นภาพชัดๆ ว่า 6 ปีในคณะทันตะต้องเจออะไรบ้าง ไม่ใช่แค่ท่องหนังสืออย่างเดียว เราลองสรุปแบบคนกำลังตัดสินใจเข้าคณะ (พร้อมทริกเตรียมตัว) ให้ค่ะ ก่อนอื่น คณะทันตแพทย์ส่วนใหญ่เรียน 6 ปีจริง แบ่งง่ายๆ เป็น 3 ช่วง: พื้นฐาน (ปี 1-2) → พรีคลินิก/แลบฝีมือ (ปี 3) → ขึ้นคลินิกรักษาคนไข้จริง (ปี 4-6) ปี 1: ปรับพื้นฐานแน่นมาก เน้นวิทยาศาสตร์พื้นฐาน + วิชาทั่วไปที่มหา’ลัยกำหนด เช่น ชีวะ เคมี (รวมเคมีอินทรีย์) ฟิสิกส์ ภาษาอังกฤษ และเริ่มแตะกายวิภาค/โครงสร้างร่างกายให้คุ้นศัพท์แพทย์ ใครไม่ชอบอ่านยาวๆ ต้องเตรียมใจ แต่ถ้าจัดตารางอ่านเป็นจะรอด ปี 2: เริ่ม “เฉพาะทาง” ขึ้น เช่น กายวิภาคช่องปาก ทันตวัสดุ รังสีวิทยา เภสัชวิทยา คือเริ่มเข้าใจแล้วว่าของที่ใช้ในคลินิกคืออะไร ทำไมต้องเลือกวัสดุแบบนั้น และเริ่มมีแลบมากขึ้น ปี 3: ปีที่หลายคนบอกว่าเป็นช่วงฝึกมือหนักๆ มีทั้งบรรยายและปฏิบัติการทันตกรรมพื้นฐาน เช่น ทันตกรรมหัตถการ ฟันปลอม ศัลยศาสตร์ช่องปาก ทันตกรรมป้องกัน ช่วงนี้ “งานฝีมือ” สำคัญมาก เช่น การแกะสลักฟัน (tooth carving) หรือการทำงานละเอียดๆ ใครเคยลองเวิร์กช็อป/ค่ายแนวทันตะจะได้เช็กตัวเองดีว่าไหวไหม เพราะต้องใช้สมาธิและความนิ่งพอสมควร ปี 4: เริ่มขึ้นคลินิกจริง รักษาคนไข้เบื้องต้นมากขึ้น และมักมีภาคสนาม/ทันตกรรมชุมชน ได้เห็นงานจริงนอกห้องเรียนว่าเคสดี-เคสยากต่างกันยังไง ปี 5: คลินิกหนักขึ้น ช่วงนี้ครึ่งหนึ่งของหน่วยกิต (หรือมากกว่า) จะวนอยู่กับคลินิก ฝึกงานทันตกรรมโรงเรียน + ทำวิจัยบางส่วน ตารางจะเต็มกว่าเดิม ต้องบริหารเวลาให้ดีมาก ปี 6: โฟกัสผู้ป่วยซับซ้อนขึ้น ทำงานในโรงพยาบาลและชุมชนจริงมากขึ้น คล้ายปีเก็บเคส/เก็บประสบการณ์ให้พร้อมทำงานหลังจบ แล้ว “ต้องสอบวิชาไหนถึงจะเข้าทันตะได้?” โดยภาพรวมคนส่วนใหญ่จะเจอ TPAT1 และ A-LEVEL หลายวิชา เช่น ไทย เคมี สังคม ชีวะ คณิต 1 ฟิสิกส์ อังกฤษ (รายละเอียดขึ้นกับรอบ/มหา’ลัย) แนะนำให้เช็กเกณฑ์ปีล่าสุดของคณะที่เล็ง แล้ววางแผนอ่านโดยเน้น เคมี+ชีวะ ให้แน่นก่อน เพราะใช้ต่อในมหา’ลัยเยอะมาก ทริกเตรียมตัวสไตล์เด็กอยากเข้าทันตะ: 1) ฝึกมือจากงานง่ายๆ เช่น ปั้น/แกะ/งานประดิษฐ์ เพื่อวัดความถนัด 2) ลองอ่านศัพท์กายวิภาคทีละนิด จะไม่ช็อกตอนปี 1-2 3) ถ้ามีโอกาสไปค่ายที่ได้ทำ workshop อย่างพิมพ์ปากหรือแกะสลักฟัน จะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าชอบบรรยากาศคลินิกและกลิ่นโรงพยาบาลไหม สรุปคือ เรียนหมอฟัน 6 ปีจริง และไม่ได้มีแค่ “รักษาฟัน” แต่คือการเรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์ + งานแลบ + คลินิกแบบครบวงจร ใครกำลังลังเล ลองเช็กตัวเองเรื่องความละเอียด ความอดทน และความชอบงานบริการคนไข้ แล้วค่อยตัดสินใจจะมั่นใจขึ้นค่ะ

ค้นหา ·
คณะทันตแพทย์ จุฬา