7/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนได้ยินคำว่า “เทียนพรรษา” หรือ “ต้นเทียนพรรษา” บ่อยมากช่วงเข้าพรรษา แต่พอจะอธิบายว่า “มีกี่แบบ” หรือแต่ละแบบต่างกันยังไง บางทีก็งงเหมือนกัน เราเลยสรุปแบบภาษาคนทั่วไปจากที่เคยดูขบวนแห่เทียนอุบลและคุยกับคนทำงานบ้างเล็กน้อย เผื่อช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ โดยรวมๆ แล้ว เวลาเขาพูดถึง “ต้นเทียนพรรษา” มักจะแบ่งตาม “วิธีทำและความละเอียดของลวดลาย” ที่พบได้บ่อยคือ 1) เทียนพรรษาแบบหล่อ (หล่อเทียน) แบบนี้จะใช้การหลอมเทียนแล้วเทลงพิมพ์/โครงที่เตรียมไว้ ทำให้ได้ชิ้นส่วนเทียนออกมาเป็นรูปทรงตามแบบ เหมาะกับการทำชิ้นซ้ำๆ หรือชิ้นใหญ่ที่ต้องการความแข็งแรง ข้อดีคือขึ้นรูปได้เร็วและคุมทรงได้ดี พอได้ชิ้นหล่อแล้วค่อยนำไปประกอบตกแต่งเพิ่ม 2) เทียนพรรษาแบบแกะสลัก อันนี้คือสายงานละเอียดที่หลายคนไปดูแล้วว้าวสุดๆ ช่างจะใช้เทียนเป็นเนื้อหลัก แล้วแกะลวดลายไทย เทวดา นาค ดอกไม้ หรือเรื่องราวพุทธประวัติลงไปบนตัวต้นเทียนโดยตรง งานจะดูคมและมีมิติสูงมาก แต่ต้องใช้เวลาและฝีมือมากเช่นกัน ส่วนใหญ่ต้นเทียนประกวดในงานใหญ่ๆ จะมีงานแกะสลักเยอะ 3) แบบผสม (หล่อ + แกะ) ที่เจอบ่อยในงานแห่เทียนอุบลคือทำโครงหลักด้วย “หล่อ” เพื่อให้ได้ชิ้นส่วนใหญ่ แล้วค่อย “แกะสลัก” เพิ่มในจุดที่อยากโชว์รายละเอียด เช่น หน้าบุคคล ลายกนก หรือส่วนยอด ทำให้ทั้งสวยและทน แล้ว “ต้นเทียนพรรษา” กับ “เทียนพรรษา” ต่างกันไหม? คนทั่วไปมักใช้แทนกันได้ แต่ถ้าพูดให้ชัด “ต้นเทียนพรรษา” จะหมายถึงเทียนขนาดใหญ่ที่ทำเป็นต้น/เป็นขบวนสำหรับถวายวัดหรือเข้าประกวด ส่วน “เทียนพรรษา” อาจหมายถึงเทียนที่จะถวายเข้าพรรษาทั่วไป (ตั้งแต่เล่มเล็กจนถึงต้นใหญ่) ถ้าตั้งใจไปดูงานแห่เทียนอุบล แนะนำให้สังเกต 3 อย่างนี้ จะดูสนุกขึ้น - ดูพื้นผิว: เรียบๆ เป็นชิ้นๆ มักเป็นงานหล่อ / คมลึกมีลายต่อเนื่องมักเป็นงานแกะ - ดูเรื่องราว: หลายต้นเล่าเป็นตอนๆ เดินดูรอบคันจะเหมือนอ่านเรื่อง - ดูช่วงเวลา: ช่วงเย็นแสงสวย ถ่ายรูปแล้วเห็นมิติของลายเทียนชัดมาก หวังว่าสรุปนี้จะช่วยตอบคำถาม “เทียนพรรษามีกี่แบบ” ได้แบบเข้าใจง่ายนะคะ ใครมีแบบที่เคยเห็นต่างไปหรือมีคำเรียกท้องถิ่น มาแชร์กันได้เลย