Automatically translated.View original post

‼️Without the Apple Watch, it would be bad.‼️

It was that evening, about 5: 00 p.m., that our iPhone phone disappeared!!!💢 we can't drive, we can't find, call, but there is no receiver, take the iPhone, the sister searched, but searched to enter the iCloud, but went in and didn't go ❗️ to the store, the store can't search again, 😮‍💨 I imagine there is an Apple Watch, it indicates the phone coordinates 🤩, follow to the house, but he didn't return, report the coordinates on the watch another morning to return.

💢 without the Apple Watch, we would have bought a new phone. ❗️😮‍💨

1/30 Edited to

... Read moreใครกำลังเจอปัญหา “apple watch หาย” หรือ “ไอโฟนหาย” แล้วเสิร์ชหาแนวๆ apple watch หาย pantip เราขอแชร์ขั้นตอนที่เราใช้จริง (แบบคนงง iCloud เหมือนกัน) เผื่อช่วยให้ตามของคืนได้เร็วขึ้นนะ 1) ตั้งสติแล้วลอง “โทรเข้าเครื่อง” ก่อน หลายครั้งเครื่องไม่ได้ปิด แค่ตกอยู่แถวๆ นั้น โทรติดแต่ไม่มีคนรับก็ยังพอมีหวัง ขอให้โทรซ้ำเป็นระยะๆ และถ้ามี Apple Watch ใส่อยู่ ให้ลองกดหา iPhone (Ping iPhone) เพื่อให้มันส่งเสียง เผื่ออยู่ใกล้ตัวหรือหล่นในรถ/ในบ้าน 2) ใช้ Apple Watch ดู “พิกัด” ผ่าน Find My ข้อดีของ Apple Watch คือช่วยเช็กตำแหน่งได้ทันที โดยเฉพาะตอนมือถือหายแล้วเราเข้า iCloud ไม่เป็นหรือไม่มีคอมฯ วิธีที่เราทำคือเปิดแอป Find My (ค้นหาของฉัน) บนนาฬิกา แล้วดูแผนที่กับพิกัดล่าสุดของ iPhone/อุปกรณ์ที่หาย ตรงนี้สำคัญมาก เพราะพิกัดจะเป็นหลักฐานว่าเครื่องไปอยู่บริเวณไหน (ของเราเห็นตำแหน่งชัดมากจนตามไปถึงบ้านเลย) 3) ถ้าเจอพิกัดเป็นบ้านคนอื่น/จุดเสี่ยง อย่าเข้าไปคนเดียว จากประสบการณ์เรา ถึงจะเห็นพิกัดชัดก็จริง แต่ไม่แนะนำให้ไปเคาะประตูคนเดียว โดยเฉพาะตอนค่ำๆ ให้ชวนคนไปด้วย หรือไปสถานีตำรวจ/แจ้ง 191 ขอคำแนะนำก่อน เพราะบางเคสเขา “ไม่คืน” แม้เราจะเจอจุดที่เครื่องอยู่แล้ว 4) เปิด Lost Mode และล็อกเครื่องทันที ใน Find My ให้สั่ง “ทำเครื่องหมายว่าสูญหาย (Lost Mode)” ใส่เบอร์โทรติดต่อ และข้อความสั้นๆ เช่น “โทรศัพท์หาย กรุณาติดต่อ…” เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูล และเพิ่มโอกาสให้คนที่เก็บได้ติดต่อกลับ 5) เตรียมข้อมูลสำหรับแจ้งความให้ครบ สิ่งที่ช่วยให้เคสเดินเร็วขึ้นคือ - พิกัดจาก Find My/Apple Watch (แคปหน้าจอไว้) - เวลาอัปเดตล่าสุด (เช่นในรูปเราจะมีเวลาโชว์บนหน้าจอ) - เลข IMEI/Serial (ถ้าหาได้จากกล่องหรือ Apple ID) - หลักฐานการเป็นเจ้าของเครื่อง ของเราแจ้งความพร้อมพิกัดที่ขึ้นใน watch เช้าอีกวันถึงได้คืนจริงๆ 6) หลังได้คืน อย่าลืมเช็กความปลอดภัย แนะนำให้เปลี่ยนรหัสผ่าน Apple ID, เปิด 2FA, เช็กอุปกรณ์ที่ล็อกอินค้าง และตั้งค่า Find My ให้พร้อมเสมอ (รวมถึงเปิดส่งตำแหน่งล่าสุด) เผื่อเกิดเหตุ “เกือบตาย!!” แบบเราอีกครั้งจะได้ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ สรุปคือ Apple Watch เป็นตัวช่วยชีวิตมากในวันที่มือถือหาย เพราะมันทำให้เรามีพิกัดตามได้จริง ใครกำลังเครียดอยู่ ลองทำตามทีละข้อ แล้วให้ความปลอดภัยมาก่อนนะ