Divided by 5 (5)
Mathematical techniques
ถ้าใครติดโจทย์ “หารด้วย 5” เช่น 60÷5, 150÷5, 200÷5 หรือเห็นในแบบฝึก/ใบงานแล้วงง เราใช้ทริกนี้แล้วเร็วขึ้นมาก เพราะเลข 5 เป็นตัวหารที่ “แปลงให้คิดง่าย” ได้หลายแบบ 1) วิธีที่ใช้บ่อยสุด: คูณ 2 แล้วหาร 10 หลักคิดคือ หารด้วย 5 = (คูณ 2) แล้วหารด้วย 10 - 60÷5 → (60×2)=120 → 120÷10=12 - 150÷5 → (150×2)=300 → 300÷10=30 - 200÷5 → (200×2)=400 → 400÷10=40 ข้อดี: เหมาะกับเลขกลมๆ และเด็ก ป.3–ป.5 จะคุ้นกับการหาร 10 อยู่แล้ว (แค่เลื่อนจุด/ตัดศูนย์หนึ่งตัว) 2) แยกเป็น “หาร 10 แล้วคูณ 2” (ใช้ตอนเลขลงท้าย 0) เพราะ 1/5 = 2/10 ดังนั้นทำกลับกันได้เหมือนกัน - 200÷5 → (200÷10)=20 → 20×2=40 - 60÷5 → (60÷10)=6 → 6×2=12 วิธีนี้ยิ่งไวเมื่อโจทย์มีศูนย์ท้าย เช่น 150, 200, 60 3) ตัวอย่างจากภาพ: 62÷5 ทำยังไง? โจทย์แบบนี้มักออกแนว “หารแล้วมีเศษ” หรือ “ทำเป็นทศนิยม” - แบบมีเศษ: 62÷5 = 12 เศษ 2 (เพราะ 5×12=60 เหลือ 2) - แบบทศนิยม: เศษ 2 = 2/5 = 0.4 ดังนั้น 62÷5 = 12.4 ทริกเช็กไว: ลองเอาคำตอบ×5 ต้องกลับไปได้เลขเดิม เช่น 12.4×5=62 4) เช็กคำตอบเร็ว (กันพลาดในใบงาน) หลังหารเสร็จ ให้คูณกลับด้วย 5 - ถ้าได้พอดี แปลว่าถูก - ถ้าเป็น “เศษ” ให้เช็กว่า (ผลหาร×5)+เศษ = ตัวตั้ง เช่น 12×5+2=62 5) ปรับใช้กับโจทย์เงิน: “฿5 เท่ากับกี่บาท?” สัญลักษณ์ ฿ คือหน่วย “บาท” อยู่แล้ว ดังนั้น ฿5 = 5 บาท (ไม่ต้องคำนวณเพิ่ม) แต่ถ้าเป็นโจทย์แนวแบ่งเงิน เช่น 60 บาท แบ่งคนละ 5 บาท → 60÷5=12 คน สรุปจำสั้นๆ: “หาร 5 = คูณ 2 แล้วหาร 10” หรือ “หาร 10 แล้วคูณ 2” เลือกแบบที่ทำให้ตัวเลขง่ายที่สุดในข้อนั้นๆ