Last light of day
1 more day.. 🥹🥹🥹
ช่วง “แสงสุดท้ายของวัน” สำหรับเราเป็นเวลาที่ความรู้สึกมันดังที่สุด ทั้งๆ ที่รอบตัวเงียบลงแล้ว แต่ในหัวกลับมีอะไรให้คิดเยอะมาก พอแดดเริ่มอ่อน ฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนสีเป็นส้มอมชมพู แล้วไล่ไปม่วงจางๆ เราจะชอบหยุดอยู่ตรงนั้นสักพัก เหมือนให้ตัวเองได้ “ปิดวัน” แบบค่อยๆ ไม่ต้องรีบ บางวันลมพัดเบาๆ จนรู้สึกเหมือนมันพัดผ่านอกให้เย็นลง พอมองเวิ้งว้างไปไกลๆ จะเห็นมวลนกกาบินกลับรัง เป็นภาพง่ายๆ แต่ทำให้รู้สึกว่าโลกก็ยังหมุนไปตามจังหวะของมัน ทุกอย่างมีเวลาของมันจริงๆ และเราก็แค่อยู่ในวันหนึ่งของวงรอบนั้น ถ้าวันไหนใจมันหนักเป็นพิเศษ เราจะเปิดเพลงเบาๆ คลอไปด้วย โดยเฉพาะเพลงโทนเหงาๆ ที่ฟังแล้วมันช่วยให้ปล่อยความรู้สึกออกมาได้ ไม่ต้องฝืนเข้มแข็งตลอดเวลา บางท่อนมันก็เหมือนพูดแทนเรา—ฟ้ากว้างมาก แต่ใจก็ยังอ้างว้างอยู่ดี แล้วพอเพลงจบ แสงก็หายไปพอดี เหมือนทุกอย่างค่อยๆ วางลงเอง สิ่งที่เราทำเป็นประจำในช่วงแสงสุดท้ายของวันคือ “ทบทวนแบบไม่ตัดสินตัวเอง” แค่ถามตัวเองสั้นๆ ว่าวันนี้เหนื่อยตรงไหน ดีใจเรื่องอะไร และมีอะไรที่อยากปล่อยให้จบไปกับแสงนี้บ้าง ไม่ต้องได้คำตอบสวยหรู แค่ได้ยอมรับว่ามีความเศร้าบ้าง เหงาบ้าง ก็พอแล้ว ถ้าใครอยากลองเก็บช่วงเวลานี้ไว้ แนะนำให้ถ่ายรูปตอนที่ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี (ก่อนตะวันจะลับไปนิดนึง) แล้วลดความสว่างลงเล็กน้อย สีท้องฟ้าจะชัดขึ้น หรือจะไม่ถ่ายก็ได้ แค่นั่งเงียบๆ รับลม มองฟ้า แล้วปล่อยให้ความคิดไหลผ่านไปเหมือนเมฆก็พอ หมดไปอีก 1 วันจริงๆ แต่เราเชื่อว่าการได้อยู่กับแสงสุดท้ายของวันสัก 5-10 นาที มันช่วยให้พรุ่งนี้เริ่มใหม่ได้เบากว่าเดิมนิดหนึ่ง
























































