เตรียมความพร้อม.....ใกล้เข้ามาแล้ววว

สำหรับการเปิดตัวของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ล่าสุดในประเทศไทย กับ“Jurassic World: The Experience Bangkok "ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น งานใหญ่ระดับโลก ที่เตรียมมาเปิดให้บริการที่ไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งงานนี้เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดมา ทุกคนจะได้พบกับ 10 โซนไฮไลท์ดังนี้

1. Origins of Wonder ต้นกำเนิดแห่งความมหัศจรรย์ของเกาะอิสลา นูบลาร์ ที่กลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านภาพและเสียงสมจริง

2. Arrival at Isla Nublar เดินทางสู่เกาะ อิสลา นูบลาร์ กับประตูทางเข้า Jurassic World อันเป็นเอกลักษณ์ที่ตั้งตระหง่านต้อนรับทุกคนเข้าสู่โลกไดโนเสาร์ดึกดำบรรพ์

3.A Close Encounter with Giants เผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่แห่งโลกล้านปี เหนือยอดไม้สูงเสียดฟ้า สัมผัสช่วงเวลาสุดระทึกเมื่อได้เผชิญหน้ากับ บราคิโอซอรัส (Brachiosaurus) ร่างยักษ์ที่เคลื่อนไหวท่ามกลางสายหมอก และเบื้องล่างยังมีแขกพิเศษอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่พร้อมปรากฏตัวขึ้นในช่วงเวลาการให้อาหาร

4. The Petting Zoo สัมผัสไดโนเสาร์รุ่นเยาว์ ตั้งแต่ลูกไดโนเสาร์ที่กำลังทดสอบความแข็งแรงของตัวเอง ไปจนถึงเจ้าตัวน้อยขี้เล่นวัยอยากรู้อยากเห็นที่กำลังเรียนรู้โลกใบใหม่ ประสบการณ์เข้าสู่ความมหัศจรรย์ของ Jurassic World

5. The Predator Pavilion ดินแดนนักล่าดึกดำบรรพ์ บรรยากาศเริ่มตึงเครียดเมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่ของเหล่านักล่าแห่งโลกล้านปี ดินแดนของไดโนเสาร์กินเนื้อที่น่าเกรงขามที่สุดของ Jurassic World เผชิญหน้ากับ เวโลซีแรปเตอร์ (Velociraptor)

6. The Observation Deck จุดชมวิว หอสังเกตการณ์ไฮเทคค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่ป่าดงดิบหนาทึบ ที่ซึ่ง อินโดไมนัส เร็กซ์ (Indominus rex) นักล่าสุดอันตรายกำลังเคลื่อนไหวและเฝ้ามอง

7. A Fight for Survival ผจญภัยเพื่อเอาชีวิตรอด เสียงสัญญาณเตือนดังทั่วผืนป่า ในขณะที่คุณกำลังเดินลัดเลาะผ่านช่องทางซ่อมบำรุงแคบ ๆ และเผชิญหน้ากับ คาร์โนทอรัส (Carnotaurus)

8. Lost in the Jungle หลงในป่าดงดิบ ลัดเลาะเอาชีวิตรอดจนมาสู่ใจกลางป่าดงดิบ พบกับเศษซากจากอดีตกับป้าย Jurassic Park ที่หลงเหลืออยู่ และรถจี๊ปที่ถูกเถาวัลย์ปกคลุมจนเกือบมิด จนกระทั่ง ไดโลโฟซอรัส (Dilophosaurus) ก้าวออกมา พร้อมกับแผงคอสีสันสดใส

9. Caged Up กรงปริศนา กรงนกยักษ์สูงเสียดฟ้าปรากฏอยู่เบื้องหน้า เผชิญหน้า เทอราโนดอน (Pteranodon) ที่พุ่งชนผนังกรง ขณะที่ สไตกิโมล็อค (Stygimoloch) ยืนจ้องมองผู้มาเยือน

10.The Final Escape การหลบหนีครั้งสุดท้าย ในห้องวิจัยที่ดูปลอดภัยได้เพียงไม่นาน เจอกับเสียงฝีเท้าของ ทีเร็กซ์ (T. rex) กำลังเคลื่อนตัวใกล้เข้ามา ส่งเสียงคำรามไปทั่วป่าก่อนที่ประตูทางออกจะปิดลงทันเวลาอย่างหวุดหวิด

ร้านขายของที่ระลึก Jurassic World: The Experience Retail Store

– เลือกซื้อของที่ระลึกและสินค้าลิขสิทธิ์แท้เฉพาะของ Jurassic World ภายในร้านค้า Jurassic World: The Experience Retail Store ซึ่งออกแบบมาในธีมพื้นที่หลบภัยในโลกยุคดึกดำบรรพ์ พร้อมพบกับอีกหนึ่งไฮไลต์สุดพิเศษอย่างกะโหลกฟอสซิลของทีเร็กซ์ ถือเป็นจุดหมายสุดท้ายของการผจญภัยในโลกจูราสสิค ที่ซึ่งเรื่องราวจบลง

The Experience Hatch Dome

– อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ตั้งอยู่ติดกันกับ Jurassic World: The Experience คือ “Hatch Dome” (แฮ็ธช์ โดม) พื้นที่อินเทอร์แอคทีฟที่รวมร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก Jurassic World: The Experience Retail Store และนิทรรศการด้านความยั่งยืนแบบ 4D จาก AWC ภายใต้แนวคิด “Better World, Better Future”

The Experience Fossil & Flame Restaurant

– พร้อมเปิดตัว “Jurassic World: The Experience Fossil & Flame Restaurant” (ฟอสซิล แอ็นด์ เฟลม) ห้องอาหาร Jurassic World แห่งแรกนอกธีมพาร์ค ซึ่งผสานเรื่องเล่าจากภาพยนตร์เข้ากับประสบการณ์การรับประทานอาหาร กับเมนูและบรรยากาศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจักรวาล Jurassic World

📅: เตรียมเปิดให้บริการ ในวันที่ 08.08.2025 นี้เป็นวันแรก ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น

📍: ราคาบัตร แบ่งออกเป็น 2 แบบ

1.Peak เข้าได้

📅วันจันทร์-วันศุกร์ ⏰ ช่วงหลัง 16:00 น.

📅วันหยุดสุดสัปดาห์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ⏰ช่วงเวลา 11.00-21.00 น.

ราคาผู้ใหญ่ 989 บาท อายุมากกว่า 11 ปีขึ้นไป

ราคาเด็ก 789 บาท อายุ 3-10 ปี

2.Off-Peak

📅วันจันทร์-วันศุกร์ ⏰ ช่วงก่อน 16:00 น.

ราคาผู้ใหญ่ 769 บาท อายุมากกว่า 11 ปีขึ้นไป

ราคาเด็ก 579 บาท อายุ 3-10 ปี

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์

#JWExperience #DinosinBKK #AsiatiqueTheRiverfrontDestination #USTHFC

2025/8/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเสิร์ชคำว่า “jurassic experience münchen” แล้วอาจงงว่าทำไมมาเจออีเวนต์ที่ไทย—จริง ๆ Jurassic World: The Experience เป็นงาน “ทัวร์ประสบการณ์” ที่ไปหลายเมืองได้ค่ะ/ครับ เลยมีคนหาเวอร์ชันมิวนิก (München) เพื่อดูรีวิว/รูปโซน/บรรยากาศก่อนตัดสินใจ ถ้าคุณกำลังใช้คำค้นนี้เพื่อเทียบกับที่กรุงเทพฯ นี่คือสิ่งที่ฉันเช็กไว้และคิดว่าน่าจะช่วยวางแผนได้มากขึ้น 1) ถ้าเคยดูรีวิวมิวนิก/ต่างประเทศ ควรคาดหวังอะไรในกรุงเทพฯ โดยรวมงานแนวนี้จะเด่นที่ “ฉากทางเข้า + สัตว์ animatronic + แสง/เสียง” มากกว่าความหวาดเสียวแบบเครื่องเล่นสวนสนุก ดังนั้นถ้าคุณอยากได้ฟีลถ่ายรูปสวยและเดินเป็นเส้นทางตามเนื้อเรื่อง โซนอย่าง Arrival at Isla Nublar กับประตู Jurassic World มักเป็นมุมไฮไลท์สุด ๆ โดยเฉพาะตอนเย็น ๆ ที่ไฟสว่าง (ในภาพโปรโมตเห็นป้ายโลโก้ Jurassic World ส่องเด่นยามค่ำคืนเลย) แนะนำเผื่อเวลาไว้ถ่ายตรงป้ายทางเข้าเยอะหน่อย เพราะคนชอบต่อคิวถ่ายเหมือนกัน 2) เลือกช่วงเวลา Peak vs Off-Peak ให้คุ้ม จากข้อมูลราคา ถ้าไปวันจันทร์–ศุกร์ก่อน 16:00 จะเป็น Off-Peak (ถูกกว่า) เหมาะกับคนอยากเดินสบาย ๆ ถ่ายรูปไม่ต้องรีบ แต่ถ้าตั้งใจไปเอาบรรยากาศ “ไฟสวย” และความอลังการตอนค่ำ ช่วง Peak หลัง 16:00 หรือวันหยุดอาจตอบโจทย์กว่า ฉันแนะนำว่าถ้าอยากได้ทั้งสองฟีล ให้เข้าช่วงบ่ายแก่ ๆ แล้วอยู่ต่อจนค่ำ (ถ้ากติกาหน้างานอนุญาต) 3) ทริคเดิน 10 โซนให้สนุกและไม่เหนื่อย - เริ่มจากจุดที่เป็นฉากใหญ่ก่อน (ประตู Jurassic World/โซนป่า) เพื่อเก็บรูปตอนคนยังไม่แน่น - โซนที่มีการ “โผล่มา” ของไดโนเสาร์กินเนื้อ เช่น Velociraptor, Indominus rex, Carnotaurus มักมีจังหวะตกใจจากเสียง/แสง ควรจับมือเด็กเล็กไว้ และเว้นระยะจากกลุ่มหน้าเล็กน้อยเพื่อซึมซับเอฟเฟกต์เต็ม ๆ - ถ้ากลัวสะดุ้งง่าย ให้มองหาสัญญาณ/คำเตือนของเจ้าหน้าที่ แล้วเดินช้าลงนิดหนึ่ง 4) ไปกับเด็กเล็กควรเตรียมอะไร ฉันคิดว่าโซน Petting Zoo จะถูกใจเด็กมาก เพราะได้เจอ “ไดโนเสาร์รุ่นเยาว์” แบบไม่กดดัน แต่โซนท้าย ๆ อย่าง The Final Escape ที่มี T. rex และเสียงคำราม อาจทำให้เด็กบางคนตกใจ แนะนำพกที่อุดหู/หูฟังกันเสียง หรือสอนเด็กไว้ก่อนว่าเป็นหุ่นและเอฟเฟกต์ 5) เผื่อเงินและเวลาสำหรับ 3 จุดเสริม: ร้านของที่ระลึก, Hatch Dome, ร้านอาหาร - Jurassic World: The Experience Retail Store เหมาะกับสายสะสมของลิขสิทธิ์แท้ และมักมีจุดถ่ายรูป เช่น กะโหลกฟอสซิลทีเร็กซ์ อยากได้ของไม่หมดไซซ์ควรเข้าไปดูตั้งแต่ต้น ๆ หรือก่อนกลับทันที - Hatch Dome เป็นโซนอินเทอร์แอคทีฟติดกัน มีนิทรรศการ 4D แนวความยั่งยืน ใครไปเป็นครอบครัวฉันว่าเหมาะมาก เพราะสลับโหมดจาก “ตื่นเต้น” มาเป็น “ดูเพลิน” ได้ - Fossil & Flame Restaurant ถ้าอยากคุมเวลา แนะนำจอง/เช็กคิวก่อน เพราะหลังเดินครบโซนแล้วคนมักหิวพร้อมกัน สรุปคือ ต่อให้คุณค้น “jurassic experience münchen” เพื่อหารีวิวเมืองอื่น ก็ใช้หลักเดียวกันวางแผนทริปกรุงเทพฯ ได้เลย: เลือกเวลาให้ตรงเป้าหมาย (ไฟสวย vs คนไม่เยอะ) เผื่อเวลาถ่ายรูปที่ป้าย Jurassic World ตอนกลางคืน และกันงบสำหรับร้านของที่ระลึกกับร้านอาหารไว้ จะได้จบทริปแบบครบทุกไฮไลท์ค่ะ/ครับ