เมื่อลูกตีพี่เลี้ยง พ่อแม่อย่างเราควรรับมืออย่างไร

เด็กเล็กโกรธแล้วตี คือ สัญญาณว่าลูกยังควบคุมอารมณ์ไม่เป็น ดีแล้วที่ได้โกรธได้หงุดหงิดตอนเป็นเด็ก จะได้ใช้โอกาสนี้เรียนรู้จัดการอารมณ์

#ทำไมเด็กถึงตี

เด็กตีไม่ใช่เพราะ “อยากทำร้าย” แต่เพราะยังควบคุมอารมณ์และสื่อสารด้วยคำพูดไม่ได้

เด็กเลยใช้มือไม้ ร่างกายแสดงอารมณ์ทันที ปกติเด็กมักจะลองใช้พฤติกรรมทั้งลบและบวกเพื่อดูว่าจะส่งผลอย่างไร จะทำได้ไหม หรือบางทีถ้าเด็กเห็นคนรอบตัวใช้การตี เช่น พ่อแม่ก็ยังตีเด็ก หรือตีกันเอง เด็กก็อาจคิดว่ามันคือวิธีจัดการปัญหาปกติ

#แล้วจะแก้ยังไง

• ตั้งสติตัวเองก่อน ดูแลตัวเอง กินให้ได้ นอนให้หลับ เวลาเกิดเหตุจะได้หายใจเข้าลึกๆ สงบตัวเองให้ทัน อย่าปี๊ดไปด้วย

• หยุดเด็กทันทีเมื่อจะตี สังเกตุว่าเด็กมักจะตีตอนไหน เราคาดเดาได้ อย่าห้ามก่อนเกิดเหตุ แต่รอให้มันกำลังจะเกิด รีบจับให้ทันและพูดสั้น ๆ เช่น “ไม่ตีแม่ ตีหมอนแทน” จับมือเด็กไปตีหมอน

• ถ้าเด็กหันมาตีเรา หรือตีตัวเอง ก็จับเขาเอาไว้ไม่ให้ตี บอกสั้นๆ “ตอนนี้หนูควบคุมตัวเองลำบาก พ่อ/แม่จะช่วย” ถ้าจะร้อง ดีดดิ้นต่อ ก็ให้ร้องไป พ่อแม่สงบตัวเองให้ได้ จับไม่ใช่เพื่อให้เจ็บ แต่เพื่อช่วย จับให้อยู่

• รอสงบก่อนค่อยพูดคุย ถ้าเด็กดิ้นน้อยลง ให้ถาม "ว่าจะคุมตัวเองหรือจะให้แม่ช่วยจับ" เด็กมักจะเลือกคุมตัวเอง ให้ปล่อยไป

สุดท้ายเด็กนิ่งแล้ว เราค่อยมาคุยกัน ว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ไล่เรียงเหตุการณ์ จะทำให้สมองส่วนคิดกลับมาทำงาน

• สอนทางเลือกแทนการตี “เมื่อกี้หนูโกรธเพราะ… เวลาโกรธเราไม่ตีตัวเอง ไม่ตีคนอื่นหรือข้าวของ หนูชอบไหมที่แม่ช่วยจับ? ถ้าไม่ชอบ วันหลังต้องทำอย่างอื่น คิดสิ หนูทำอะไรแทนได้บ้าง?”

• พ่อแม่อาจชวนหายใจเข้า-ออกลึก ๆ พร้อมลูก 10 ครั้ง เวลาเด็กปี๊ดมาก "หายใจกับแม่ครบ 10 ครั้ง แม่จะปล่อย" การหายใจช้าๆลึกๆ หายใจออกยาวๆ ต้องใช้การกำกับควบคุม มันทำให้เราเย็นลงได้

• ทำซ้ำทุกครั้ง ตี → จับ → สงบ → ปล่อย → ดีดอีก → จับ ระหว่างนั้น ไม่พูดมาก ไม่สบตาเวลาเด็กทำพฤติกรรมไม่ดี ไม่ได้หมายความว่า เย็นชา หน้าบูดหน้าบึ้งนะ คุณโกรธไม่ได้อะตอนนี้

#ทำเหมือนกันทุกคน สม่ำเสมอ อันนี้สำคัญที่สุดเลย แพทว่าที่โรงเรียนมันแก้ง่าย แก้ได้ทุกพฤติกรรม เพราะทุกคนทำเหมือนกัน แต่ที่บ้านมักไม่เป็นแบบนั้น

คนในบ้านมีความเห็นไม่ตรงกัน ควบคุมไม่ได้ ทำให้เด็กลองแล้วลองอีก ไม่หายจากพฤติกรรมสักที

ถ้าพบว่าลูกอยู่ที่โรงเรียนไม่เป็น อยู่บ้านเป็น กลับมาดูว่าอะไรที่มันแตกต่างไป ที่โรงเรียนมีอะไร ที่บ้านมีอะไร เด็กเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว

ถ้าที่โรงเรียนมีกฎชัดเจน ครูตั้งขอบเขตอย่างสม่ำเสมอ เด็กจะรู้ว่าโกรธหรือไม่พอใจ ไม่สามารถตีใครได้ จึงเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์และหาทางเลือกอื่นในการแสดงออก

แต่ที่บ้าน หากมีหลายคน พี่เลี้ยงที่ไม่มีอำนาจ หรือพ่อแม่/ปู่ย่าตายายที่ไม่กล้าขัดใจ เด็กรู้ว่าเขาทำแบบนี้ได้ และมันง่ายกว่าด้วย เขาก็จะทำค่ะ

#สอนลูกให้ได้ดี #จัดการอารมณ์เชิงลบ

2025/8/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายบ้านที่เจอ “ลูกตีทำร้ายพี่เลี้ยง” มักจะมาพร้อมคำถามเดียวกันคือ แล้วจะ “เล่นกับลูก” ยังไงให้เขาปลดปล่อยอารมณ์ได้ โดยไม่ไปลงที่คนอื่น? บ้านเราใช้หลักง่ายๆ คือ ทำให้ร่างกายได้ขยับ + มีทางเลือกให้ระบาย + จบด้วยการกลับมาสงบ (เหมือนวงจร ตี → จับ → สงบ → คุย ที่เราใช้เวลาเกิดเหตุ) 1) เกมระบายแรงแบบปลอดภัย (แทนการตีคน) - ตีหมอน/ชกหมอน: ตั้ง “มุมระบาย” ไว้เลย มีหมอน 1 ใบ หรือกระสอบนุ่มๆ แล้วตกลงกันว่าโกรธได้ แต่ตีได้แค่ตรงนี้ - ปาลูกบอลผ้านิ่มลงตะกร้า: ยิ่งโกรธยิ่งปาได้แรงขึ้น แต่ต้องปา “ลงเป้า” ช่วยให้โฟกัสและไม่กระจายอารมณ์ไปตีคน - ท่าชนกำแพง: ให้ลูกเอามือดันกำแพง 10 วินาที เหมือนระบายแรงออกจากตัว (ผู้ใหญ่ยืนประกบดูแล) 2) เล่นบทบาทสมมติให้เด็กได้ “พูดแทนมือ” เด็กเล็กสื่อสารไม่ทันอารมณ์ เราเลยเล่นเป็น “ตุ๊กตาโกรธ” แล้วสอนประโยคสั้นๆ เช่น - “ไม่เอา!” “หยุด!” “หนูโกรธ!” “ขอแม่ช่วย!” ระหว่างเล่นให้ชมทันทีที่เขาใช้คำพูดแทนการตี เช่น “เมื่อกี้หนูพูดว่าไม่เอา แม่ได้ยินชัดเลย ขอบคุณที่ไม่ใช้มือ” 3) เกมฝึกหยุดตัวเอง (Impulse control) แบบเนียนๆ - ไฟแดงไฟเขียว: วิ่งได้ตอนเขียว หยุดนิ่งตอนแดง ช่วยฝึกเบรกตัวเอง - เป่ายิ้งฉุบท่าทาง: ชนะแล้วต้อง “ค้างท่า” 3 วิ ฝึกคุมมือคุมตัว - เกม “มือไว้หลัง”: เดินรอบบ้านโดยเอามือไพล่หลัง ใครเผลอเอามือออกมาเริ่มใหม่ ทำให้เด็กรู้สึกว่ามือเขาคุมได้ 4) เล่นกับลูกหลังเหตุการณ์สงบ (ช่วยรีเซ็ตความสัมพันธ์) หลังลูกนิ่งแล้ว เราจะชวนทำกิจกรรมสั้นๆ 5-10 นาที เช่น ต่อบล็อก อ่านนิทาน หรือกอดห่มผ้า เพราะเด็กบางคนตีแล้วรู้สึกผิด/กลัวถูกทิ้ง การได้เล่นด้วยกันอีกครั้งทำให้เขารู้ว่า “แม่ไม่โอเคกับการตี แต่แม่ยังรักหนู” 5) ทริคสำหรับบ้านที่มีพี่เลี้ยง/ผู้ดูแลหลายคน - ตกลง “ประโยคเดียวกัน” ที่ทุกคนใช้ เช่น “ไม่ตีคน ตีหมอนได้” เพื่อให้เด็กไม่สับสน - ซ้อมกันล่วงหน้า: ถ้าลูกยกมือจะตี ผู้ใหญ่คนไหนอยู่ใกล้สุดทำหน้าที่หยุดและพาไปมุมระบายทันที ไอเดียเหล่านี้ช่วยให้คำว่า “เล่นกับลูก” ไม่ใช่แค่เล่นให้สนุก แต่เป็นการฝึกทักษะจัดการอารมณ์ไปพร้อมกัน พอเด็กมีทางเลือกให้มือไปทำอย่างอื่น การตีคน (รวมถึงพี่เลี้ยง) จะค่อยๆ ลดลงค่ะ