Hundred ✨ purple savings
When we went to see the perfume in Moshi Moshi, we followed Mr. Rat in Tat and found a smell that was very close to purple omnia, but with EDT, it wasn't very durable.
# Women's perfume # Moshimoshi perfume # Moshi perfume, main price 😱
ถ้าพูดถึง “ออมเนียม่วง” (BVLGARI Omnia Amethyste) ภาพจำของเราคือกลิ่นผู้หญิงสะอาดๆ หวานละมุนแบบไม่เลี่ยน ออกฟลอรัลนุ่มๆ มีความแป้งบางๆ และให้ฟีลเรียบร้อย ดูแพง ใส่ไปทำงานหรือไปคาเฟ่ก็เข้ามาก เลยไม่แปลกที่หลายคนชอบหาแนวกลิ่นคล้ายๆ ไว้ใช้ประจำวันในงบเบาๆ ส่วนตัวเราไปเดิน Moshi Moshi แล้วเจอ “Moshi Moshi Miracle Forest” ที่เขาโปรโมตแนว dupe แบรนด์ดัง พอลองฉีดบนกระดาษก่อน ความรู้สึกแรกคือโทนมันไปทางเดียวกับออมเนียม่วงจริงๆ คือฟลอรัลนุ่ม สุภาพ กลิ่นไม่ฉุน และมีความสดใสเบาๆ แบบที่ฉีดแล้วคนรอบตัวไม่เวียนหัว วิธีที่เราใช้เทียบให้ค่อนข้างแฟร์คือฉีดบนผิว (สำคัญมาก เพราะเคมีผิวทำให้กลิ่นต่างจากฉีดบนกระดาษ) แล้วปล่อยให้เซ็ตตัวประมาณ 10–15 นาที ช่วงเปิดกลิ่น Miracle Forest จะออกสดใสกว่าเล็กน้อย แต่พอแห้งลงจะได้ความนุ่มคล้ายออมเนียม่วงมากขึ้น จุดที่ต่างสำหรับเราคือความ “เนียน” และมิติกลิ่น—ออมเนียม่วงจะกลมกว่า ละเอียดกว่า และปลายกลิ่นจะนุ่มติดผิวแบบแพงๆ เรื่องความติดทน ต้องบอกตรงๆ ว่าตัวนี้เป็น EDT เลยเหมาะกับคนที่โอเคกับการเติมระหว่างวัน เราประเมินแบบบ้านๆ ให้ติดทนประมาณ 5/10 (ถ้าอยู่ห้องแอร์จะนานขึ้นนิดนึง) ส่วนความใกล้เคียงกับออมเนียม่วงให้ประมาณ 7/10 คือ “ได้ฟีล” และโทนไปทางเดียวกัน แต่ถ้าเป็นสายสะสมที่คุ้นกลิ่นออมเนียม่วงมากๆ จะยังจับความต่างได้ ทริคให้ติดทนขึ้นที่เราใช้คือฉีดหลังอาบน้ำตอนผิวยังชุ่มๆ ทาโลชั่นไม่มีกลิ่นก่อน แล้วฉีดตรงจุดชีพจร (ข้อมือ ข้อพับแขน หลังหู) และฉีดที่เสื้อ 1–2 สเปรย์ (ระวังผ้าสีอ่อน) จะช่วยให้กลิ่นอยู่ได้นานกว่า สรุปสำหรับคนที่เสิร์ช “รีวิวน้ำหอมออมเนียม่วง” แล้วอยากได้ตัวแทนหลักร้อย: Moshi Moshi Miracle Forest เป็นตัวเลือกที่น่าลอง ถ้าคุณชอบโทนฟลอรัลนุ่มๆ สุภาพ ฉีดง่าย ใช้ได้ทุกวัน แต่ถ้าต้องการความติดทนและความเนียนแบบต้นฉบับ ออมเนียม่วงยังทำได้ดีกว่าอยู่ดี

