7/11/68 “เทพมนตรี” เตือนนายกฯ จะโดน JBC หลอก ใช้ไลดาร์หาหลักเขตที่ 42-47 ใหม่ ทั้งที่เคยสำรวจทำพิกัดไว้แล้วตั้งแต่ปี 49-51 เสี่ยงทำเขตแดนเปลี่ยน มีโทษถึงประหาร หรืออาจวางยาให้ยุบพรรค ยื้อเวลาชาวบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้วได้ที่ดินคืน เป็นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี มีเนื้อหาระบุว่า “เรียน ท่านนายกรัฐมนตรี จดหมายฉบับที่ 4 ของผมที่มีถึง ฯพณฯ ท่าน ไม่มีอะไรมากเลบแค่บอกว่าท่านถูกพวก JBC หลอก ในเรื่องเหลวไหล “การจะนำไลด้า (LiDAR) ไปใช้กับหลักเขตที่ 42-47 มันคือปาหี่ หลักเขตทั้งหมดมีการสำรวจตรวจสอบและทำพิกัดเอาไว้แล้วตั้งแต่ปี 2549-2551 กองกำลังบูรพา ตชด. มีหมด การที่จะไปสำรวจร่วมและหาแนวเขตใหม่นั้น อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตประเทศไทย โทษสูงสุดประหารชีวิต คนพวกนี้อาจวางยาท่านนายกไม่ให้กลับมาเล่นการเมืองได้อีก ถึงขั้นยุบพรรคภูมิใจไทยได้ #momone ##momoneั#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาดถ#ปกป้องสถาบันต#เขมรมันต้องจบที่รุ่นเรามืองเลว
การใช้เทคโนโลยี LiDAR ในการสำรวจที่ดินและหลักเขตกำลังเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเมื่อมีการนำมาใช้ในเรื่องของการกำหนดเขตแดนระหว่างประเทศหรือเขตพื้นที่สำคัญ เช่น กรณีที่กล่าวถึงในพื้นที่หลักเขตที่ 42-47 โดยเทพมนตรี ที่เตือนเรื่องความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตจากการใช้ LiDAR แบบไม่เหมาะสม LiDAR หรือ Light Detection and Ranging เป็นเทคโนโลยีการสำรวจระยะไกลด้วยแสงเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูงและถูกนำมาใช้ในหลากหลายสาขา ทั้งในงานภูมิศาสตร์ งานก่อสร้าง รวมถึงการจัดการที่ดินและเขตแดน แต่การใช้ LiDAR เพื่อวางพิกัดหรือกำหนดเขตแดนใหม่โดยไม่อ้างอิงข้อมูลเดิมที่แม่นยำ อาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน และนำไปสู่ความขัดแย้งทางสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศได้ กรณีข้อกังวลที่เทพมนตรีหยิบยกขึ้น เรื่องการใช้ LiDAR กับหลักเขตที่ 42-47 เป็นตัวอย่างที่สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนของข้อมูลเขตแดนที่มีการสำรวจและจัดทำพิกัดไว้แล้วตั้งแต่ปี 2549-2551 ซึ่งกองกำลังบูรพาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลครบถ้วน การกลับมาสำรวจใหม่และอาจเปลี่ยนแปลงพิกัดเดิม อาจกลายเป็นเครื่องมือที่สร้างความปั่นป่วนทางการเมืองและผลกระทบร้ายแรงที่ไม่คาดคิด นอกจากนี้ การยื้อเวลาหรือใช้ประเด็นดังกล่าวเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง หรือเป็นเครื่องมือในการกดดันฝ่ายตรงข้ามก็มีความเป็นไปได้ ซึ่งทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้น สำหรับพื้นที่หนองจานและหนองหญ้าแก้ว ประเด็นที่ดินคืนจากผลของการปรับเขตแดนก็เป็นเรื่องที่ประชาชนในพื้นที่เฝ้ารอและต้องการความชัดเจนและเป็นธรรมมากที่สุด ซึ่งควรมีการแก้ไขอย่างโปร่งใส และให้ความสำคัญกับข้อมูลเดิมที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างถูกต้อง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานรัฐและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ควรใช้ข้อมูลที่ถูกต้องและพิถีพิถันในการจัดการปัญหาเขตแดน ไม่ควรให้มีการเปลี่ยนแปลงที่อาจนำไปสู่ข้อพิพาททางภูมิศาสตร์หรือความขัดแย้งทางการเมือง อันเป็นผลเสียต่อภาพรวมของประเทศและความเชื่อมั่นของประชาชน ในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อการบริหารจัดการพื้นที่และเขตแดน ประเทศควรร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญและองค์กรอิสระในการตรวจสอบและใช้เทคโนโลยีเพื่อประโยชน์สูงสุดอย่างรอบคอบและโปร่งใส เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชนอย่างแท้จริง


