Cloud Cockoo Land แดนกาเหว่าเมฆี
มี2เล่มต่อกัน จำนวนหน้ารวม 420+310 = 730 หน้า เกือบเทหลายรอบแล้ว แต่ก็ยังกลับมาได้… 😅
เป็นเรื่องของคน 5 คน ต่างยุคสมัย มีชีวิตอยู่ใน 3 ยุคห่างกันหลายร้อยปี เกี่ยวข้องกันผ่านหนังสือกรีกโบราณ 1 เล่ม ที่ชื่อว่า “Cloud Cockoo Land”
บุคคลทั้ง 5 มีผลต่อการส่งต่อเรื่องราว และการคงอยู่ของหนังสือเล่มนี้ ไม่ให้สูญหายไปจากโลก
📖 น่าจะถูกใจคนที่ชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับหนังสือ ห้องสมุด บทบาทของstoryที่มีผลกับตัวเอง มีผลต่อคนรอบข้าง มีผลต่อความสัมพันธ์
เป็นหนังสือที่ดีเล่มหนึ่ง ถึงจะไม่หวือหวาเร้าใจ แต่เราว่าสวยงามมากๆเลย
เรื่องมันช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป (เหมือนหนังเรื่อง All the light we cannot see)
เหมาะกับใครที่ชอบตามติดชีวิต ค่อยๆตีสนิทกับตัวละคร และเชื่อมโยงเหตุการณ์ไปเรื่อยๆ แต่ถ้าชอบแบบเร้าใจ ตื่นเต้นไปหมด ผ่านก่อนเลย
ตอนที่อ่านเล่มแรกไปเกินครึ่งแล้วก็ยังนั่งคิดอยู่ว่าพอดีมั้ย แต่ก็อดใจไม่ไหว อยากรู้ว่าจะจบยังไง (ชอบเด็กคอนสแตนซ์ที่สุด ถึงpartนี้ทีไรจะอ่านไม่วางเลย)
#อ่านตามlemon8 #รีวิวหนังสือ #ป้ายยา กับlemon8 #untilyouread
🍗
หลายคนที่เสิร์ชคำว่า “ทะเลสาบนกกาเหว่า” อาจกำลังหาว่าเกี่ยวอะไรกับ Cloud Cuckoo Land (แดนกาเหว่าเมฆี) กันแน่—ขอเล่าจากประสบการณ์อ่านของเรานะคะว่า คำนี้มักทำให้คนสับสน เพราะในภาษาไทย “ทะเลสาบนกกาเหว่า” ฟังดูเหมือนสถานที่จริง แต่สำหรับเล่มนี้ “Cloud Cuckoo Land” จะให้อารมณ์เป็น “ดินแดน/โลกในจินตนาการ” มากกว่า เป็นเหมือนภาพแทนของความฝัน ความหวัง และพื้นที่ปลอดภัยที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วยเรื่องเล่า (words) และหนังสือ สิ่งที่เราชอบคือแกนของเรื่องมันพูดถึง “การส่งต่อหนังสือหนึ่งเล่ม” ผ่านคนหลายรุ่นหลายยุค ทำให้บรรยากาศออกแนวห้องสมุด-นักอ่าน-การอนุรักษ์เรื่องเล่า ใครที่ชอบหนังสือเกี่ยวกับหนังสือ หรือชอบพล็อตที่ค่อยๆ ประกอบชิ้นส่วนทีละนิด จะอินมาก ถึงจะไม่ได้เร้าใจแบบพลิกหน้ารัวๆ ตลอดเวลา แต่เป็นความหนา (2 เล่ม) ที่อ่านแล้วได้รสชาติละเมียด และค่อยๆ เห็นว่าชีวิตของแต่ละคน “เกี่ยวกัน” ยังไง ถ้าคุณกดเข้ามาจากคำว่า “ทะเลสาบนกกาเหว่า” และกำลังตัดสินใจว่าจะอ่านดีไหม เราแนะนำให้ลองเช็กตัวเอง 3 ข้อก่อน 1) ชอบนิยายหลายไทม์ไลน์ไหม: เรื่องนี้มีหลายยุคจริง และต้องให้เวลาความสัมพันธ์ของเหตุการณ์ค่อยๆ เชื่อม 2) รับได้กับจังหวะเล่าเนิบๆ ไหม: โทนจะคล้ายงานดราม่าละเมียดที่เน้นตัวละครและความหมาย มากกว่าฉากแอ็กชัน 3) ชอบธีม “หนังสือไม่ควรสูญหายจากโลก” ไหม: ถ้าชอบเรื่องเกี่ยวกับบทบาทของ story ต่อชีวิตคน ความผูกพันในความสัมพันธ์ และความหวังของมนุษย์ เล่มนี้ตอบโจทย์มาก ทริคเล็กๆ สำหรับคนที่กลัวอ่านไม่จบ (รวมประมาณ 730 หน้า) คือแบ่งอ่านเป็นช่วงๆ แล้วจดชื่อ/ยุคของตัวละครสั้นๆ ไว้หน้ากระดาษโน้ต จะช่วยให้ตามทัน ไม่หลุด และสนุกขึ้นเยอะ โดยเฉพาะช่วงที่เรื่องเริ่ม “ล็อกอิน” เข้าหากัน คุณจะรู้สึกเหมือนได้ของขวัญจากการอ่าน เพราะทุกเส้นเรื่องมันพาคำว่า Cloud Cuckoo Land ให้ชัดขึ้นเรื่อยๆ สรุปแบบคนอ่านจริง: ถ้าคุณมองหา “นิยายที่ดีที่สุด” ในแบบที่ไม่ต้องหวือหวา แต่สวยงามและกินใจ เล่มนี้น่าลองมากค่ะ และต่อให้เริ่มจากความสงสัยเรื่อง “ทะเลสาบนกกาเหว่า” สุดท้ายคุณอาจได้คำตอบว่า ทำไมโลกในหนังสือถึงช่วยพยุงโลกจริงของเราได้


