Automatically translated.View original post

Compare 3 versions of the fwee.

1/26 Edited to

... Read moreใครกำลังเสิร์ช “ลิป fwee” แล้วงงว่าควรเริ่มจากรุ่นไหน เราเคยเป็นเหมือนกัน เลยลองจับมาเทียบแบบใช้งานจริงให้เห็นภาพ โดยดู 3 อย่างหลัก ๆ คือ “สี”, “ฟินิชบนปาก” และ “ความติดทน” (มีตั้งแต่ประมาณ 4/5 ไปจนถึง 1/5 เลย) 1) เลือกจาก ‘ลุค’ ที่อยากได้ก่อน - ถ้าอยากได้ลุคปากดูสุขภาพดี ฉ่ำ ๆ แบบทาแล้วปากอิ่ม รุ่นที่ให้ความเงา/ความชุ่มชื้นจะตอบโจทย์ ทาไปทำงานหรือเรียนได้ ไม่ทำให้หน้าดูดุเกิน - ถ้าอยากได้ลุคสวยคม สีชัดแบบทาครั้งเดียวเห็นผล รุ่นที่เนื้อแน่นหรือสีแน่นจะเหมาะกว่า โดยเฉพาะคนชอบแต่งหน้าเต็ม - ถ้าอยากได้ลุคใส ๆ เบา ๆ แบบ “MLBB” (My lips but better) ให้มองโทนชมพูอมน้ำตาลหรือพีชอ่อน จะเข้ากับหลายโทนผิวและแต่งง่ายสุด 2) เทียบ 3 โทนสีที่ฮิต (จากที่เราสวอช) - โทนแดงเข้ม: เหมาะมากกับวันที่อยากให้หน้าดูเด่น หรือแต่งหน้าเบา ๆ แล้วให้ปากเป็นจุดโฟกัส แนะนำให้แตะทีละนิดแล้วค่อย ๆ เพิ่ม จะดูแพงและไม่หนักเกิน - โทนชมพูอมน้ำตาล: เป็นโทนที่ใช้บ่อยสุดสำหรับเรา เพราะทาได้ทุกวัน เข้ากับเมคอัพหลายแบบ และช่วยให้หน้าดูละมุน - โทนพีชอ่อน: เหมาะกับลุคใส ๆ หวาน ๆ หรือวันที่อยากได้ความเด็กลงนิดนึง แต่ถ้าปากคล้ำ แนะนำลงลิปบาล์มหรือคอนซีลเลอร์บาง ๆ ก่อน สีจะขึ้นชัดและสม่ำเสมอ 3) เรื่องความติดทน: เลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ - ถ้าคุณกินข้าว/ดื่มกาแฟบ่อย หรือไม่ชอบเติมระหว่างวัน ให้มองรุ่นที่ติดทนกว่ากลุ่ม (ประมาณ 4/5) จะเซฟเวลาได้เยอะ - ถ้าอยู่ในห้องแอร์ทั้งวัน ไม่ได้กินหนัก รุ่นติดทนกลาง ๆ ก็เอาอยู่ และข้อดีคือมักจะสบายปากกว่า - รุ่นที่ติดทนน้อย (ประมาณ 1/5) มักให้ฟีลฉ่ำหรือเบาสบายมาก เหมาะกับคนที่ชอบเติมบ่อย ๆ และอยากให้ปากดูชุ่มตลอด 4) ทริคทาให้สวย (ใช้ได้กับลิป fwee ทุกแนว) - อยากให้ละมุน: แตะกลางปากแล้วเกลี่ยขอบ (ทำเป็น gradient) - อยากให้ปัง: ลงเต็มปากแล้วใช้ทิชชู่ซับ 1 รอบ จากนั้นแตะเพิ่มเฉพาะกลางปาก สีจะดูแน่นและติดขึ้น - ปากแห้ง: สครับเบา ๆ + บาล์มก่อนทา 5 นาที แล้วซับออก จะช่วยให้สีเนียนไม่ตกร่อง สรุปสั้น ๆ ถ้าต้องเลือก “รุ่นไหนควรมี?” ให้เริ่มจากโทนที่ใช้ได้ทุกวันอย่างชมพูอมน้ำตาลก่อน แล้วค่อยเพิ่มแดงเข้มไว้วันพิเศษ และพีชอ่อนไว้ทำลุคใส ๆ ค่ะ