จ่ายค่าแรงรายวัน แต่คนงานไม่มีบิลให้!
🚨 จ่ายค่าแรงรายวัน แต่คนงานไม่มีบิลให้! ทำบัญชี-ภาษีอย่างไร ไม่ให้โดน "บวกกลับ" สิ้นปี?
เชื่อว่าผู้ประกอบการหลายท่านต้องเคยปวดหัวกับเรื่องนี้ จ้างคนงานรายวัน จ้างกรรมกร หรือแม่บ้านชั่วคราว จ่ายเงินสดไปแล้ว แต่คนรับไม่มีใบเสร็จรับเงินให้ พอถึงเวลาทำบัญชีก็ไม่มีบิลไปให้สำนักงานบัญชี สรุป... กลายเป็นรายจ่ายที่สรรพากรไม่ ยอมรับ และโดน "บวกกลับ" ทำให้บริษัทต้องเสียภาษีแพงขึ้นโดยไม่จำเป็น!
วันนี้ Upskill บัญชีเพื่อผู้ประกอบการ มีเคล็ดลับในการสร้าง "เอกสารภายใน" ให้รัดกุม ถูกต้องตามหลักสรรพากร เพื่อเปลี่ยนค่าแรงที่ไม่มีบิล ให้เป็นรายจ่ายบริษัทได้ 100% ครับ
📝 3 เช็กลิสต์ จัดการค่าแรงรายวันให้เป็นรายจ่ายบริษัท
1. จัดทำ "ใบสำคัญรับเงิน" (Payment Receipt)
ในเมื่อคนงานไม่มีบิลมาให้ บริษัทต้องเป็นคนเตรียมเอกสารให้คนงานเซ็นรับเงินครับ โดยในใบสำคัญรับเงินต้องมีรายละเอียดครบถ้วน ได้แก่ :
- ชื่อ-ที่อยู่ ของบริษัทเรา (ผู้จ่ายเงิน)
- วัน เดือน ปี ที่จ่ายเงิน
- ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ และ เลขบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้รับเงิน (สำคัญมาก!)
- รายละเอียดว่าจ่ายค่าอะไร (เช่น ค่าแรงรายวัน วันที่ 1-5 ก.ค.)
- จำนวนเงิน (ทั้งตัวเลขและตัวอักษร)
- ลายเซ็นผู้รับเงิน และ ลายเซ็นผู้อนุมัติจ่าย
2. แนบ "สำเนาบัตรประชาชน" ของผู้รับเงินเสมอ
นี่คือไม้ตายที่จะยืนยันกับสรรพากรว่า "เราจ่ายเงินให้คนๆ นี้จริงๆ มีตัวตนจริง ไม่ได้เมครายจ่ายขึ้นมา" โดยให้คนงานขีดคร่อมและเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง พร้อมเขียนว่า "ใช้สำหรับรับเงินค่าแรงจากบริษัท... เท่านั้น" (เคล็ดลับ: ควรถ่ายรูปคนงานตอนทำงานหรือตอนรับเงินเก็บไว้เป็นหลักฐานเสริมด้วย จะยิ่งแน่นหนาครับ)
3. จ่ายผ่าน "การโอนเงิน" (Bank Transfer) ดีที่สุด!
หมดยุคจ่ายเงินสดแล้วครับ! แนะนำให้บริษัทโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของคนงานโดยตรง (ชื่อบัญชีต้องตรงกับบัตรประชาชนที่แนบมา) เพราะ Statement ธนาคาร หรือ e-Slip คือหลักฐานชั้นดีที่สรรพากรเชื่อถือที่สุดว่ามีการจ่ายเงินออกไปจริง
💡 ข้อควรระวังเรื่องภาษี หัก ณ ที่จ่าย
อย่าลืมดูว่าลักษณะงานที่เราจ้างเข้าข่ายต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่?
ถ้าเป็นการจ้างแรงงานทั่วไป (นายจ้าง-ลูกจ้าง) : ถือเป็นเงินได้ 40(1) หากคำนวณแล้วรายได้เขาทั้งปีไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี ก็ไม่ต้องหักเงินเขา แต่บริษัทมีหน้าที่ต้องยื่น ภ.ง.ด.1 (หรือ ภ.ง.ด.1 ก ประจำปี) เพื่อแจ้งยอดให้สรรพากรทราบ
ถ้าเป็นการจ้างทำของ (รับเหมา): ถือเป็นเงินได้ 40(7) หรือ 40(😎 หากยอดจ้างตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป บริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% และนำส่ง ภ.ง.ด.3
🗣️ สรุป: กุญแจสำคัญที่จะทำให้ไม่โดนบวกกลับ คือการพิสูจน์ให้สรรพากรเห็นว่า "ใครเป็นผู้รับเงิน" และ "จ่ายจริงผ่านช่องทางที่ตรวจสอบได้" เพียงแค่นี้ ผู้ประกอบการก็ประหยัดภาษีไปได้อีกเยอะเลยครับ!
ติดปัญหาเรื่องการทำบัญชีค่าใช้จ่าย หรือกังวลว่ารายจ่ายที่มีอยู่จะสรรพากรจะยอมรับหรือไม่?
ทักมาปรึกษาทีมงานมืออาชีพของ Upskill บัญชีเพื่อผู้ประกอบการ ได้เลยครับ เราพร้อมดูแลบัญชีและภาษีให้ธุรกิจคุณเติบโตอย่างสบายใจ!
---------------------------------------------------------------------
Upskill บัญชีเพื่อผู้ประกอบการ
📩 ให้บริการจัดทำบัญชีรายเดือน - รายปี
📩 ให้บริการเป็นที่ปรึกษาทางด้านภาษี
📩 ให้บริการจดทะเบียนนิติบุคคลและงานทะเบียนทุกประเภท
ผู้ประกอบการท่านใดต้องการความช่วยเหลือในเรื่องของบัญชี และ ภาษี สามารถ Inbox สอบถามข้อมูลกับทางแอดมินได้เลยนะครับ
🏬 ที่ตั้งสำนักงาน : สำนักงานบัญชีของเราตั้งอยู่ จ. สมุทรปราการ-บางนา
📱 ID Line : PANDLACC
☎️ โทรศัพท์ : 092-270-2078
#รับเหมาก่อสร้าง #บัญชีรับเหมาก่อสร้าง #สำนักงานบัญชีสมุทรปราการ #สำนักงานบัญชีกรุงเทพ




โพสต์ปังมากค่า!🎉 อย่าลืมตอบคอมเมนต์พูดคุยกับเพื่อนๆ และกดติดตามเราไว้ เพื่อดูอัปเดตใหม่ๆ และฮาวทูทำคอนเทนต์ปั งๆ!😎 มาโพสต์ใน Lemon8🍋 กันเยอะๆ นะค้า~~✨💕