จาก “เจนนี่ฟีเวอร์” ถึง “ธุรกิจออนไลน์ ที่รัฐ

ต้องสนับสนุน “คนไทยขายได้ทั่วโลก” ปรากฏการณ์

“เจนนี่ได้ (ขาย) หมดถ้าสดขื่น ”คือ แม่ค้าคนไทยที่เก่งมาก”

เห็นขายเก่ง ขายสนุกมาก ทำให้ต้องติดตามผลงานน้อง ได้เข้าใจการทำงานขายของน้องมากขึ้น ก็ต้องยอมรับว่า

”สร้างรายได้มากจริง “ จากการขายออนไลน์”

แต่ก็มีแม่ค้า จำนวนไม่น้อยที่มี “สินค้าที่ดี- แต่ขายไม่เก่ง” ก็ต้องมาพึ่งพาระบบของเจนนี่ เพราะยังไม่เข้าใจใน

Algolithm หรือระบบหลังบ้านของแพลตฟอร์ม

เจนนี่ฟีเวอร์ จึงสะท้อนจุดแข็งและช่องว่างของ ”เศรษฐกิจ

ของประเทศได้อย่างชัดเจน“ ว่าคนไทยยังขาดเรื่องสำคัญคือ

1. คนไทยยังขาดช่องทางการขายในตลาดสากลที่ใหญ่ขึ้น

เพราะกำลังซื้อในประเทศมีจำกัด

2. คนไทยยังไม่เข้าใจ ”ระบบหลังบ้าน“ และการบริหาร คอนเทนออนไลน์” (น้อยมาก) และยังไม่ทั่วถึง ทั้งที่มีสินค้า ที่

สามารถแข่งขันได้ หรือ จะขายให้มากได้ แต่ก็ทำไม่ได้

เพราะการที่ยังไม่เข้าใจแพตฟอร์มดี

3. รัฐยังไม่มีระบบวัด “เครดิตดิจิทัล” ของผู้ค้า ( Digital Credit) โดยเฉพาะในกลุ่ม SME , เกษตรกร , พ่อค้าออนไลน์ , และแรงงานอิสระ กลุ่มที่ไม่มีข้อมูลเครดิต

ในระบบธนาคาร แต่ปัจจุบันสามารถ “สร้างความเชื่อถือทางเศรษฐกิจ! ผ่านข้อมูลดิจิทัล ระบบนี้จะช่วยให้รัฐรู้ว่าควร

จะสนับสนุนใคร และสนับสนุนอย่างไร

ดังนั้นรัฐไม่ควรลงมาแข่งขันในสนามนี้เพราะ

1. ช้าเกินไปในเชิง “เทคนิคและเวลา” ที่เอกชนได้ทุ่มนำหน้า

ทั้งโปรแกรมเมอร์จำนวนมหาศาล และเทคโนโลยี่

2. ”ต้นทุนสูงไป“ กว่าจะบริหารให้มีประสิทธิภาพ ทั้งด้าน

ระบบ การตลาด และการบริการลูกค้า ทั้งรัฐไม่ควรแข่ง

กับเอกชนเอง

3. และสุดท้าย มันคือการ ”แย่งตลาดเดิม แทนที่จะ

”สร้างตลาดใหม่“ !! ที่ใหญ่กว่า

2025/11/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเติบโตของธุรกิจออนไลน์ในประเทศไทยได้รับแรงหนุนอย่างชัดเจนจากเรื่องราวและปรากฏการณ์อย่าง "เจนนี่ฟีเวอร์" ที่แสดงให้เห็นว่าแม่ค้าคนไทยสามารถสร้างรายได้จากการขายออนไลน์ได้อย่างมาก หากเข้าใจระบบและกลไกของแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างลึกซึ้ง แต่ในความเป็นจริง ยังมีผู้ขายจำนวนไม่น้อยที่มีสินค้าดีแต่ไม่สามารถทำยอดขายได้ เพราะขาดความรู้และความเข้าใจในเรื่องของ Algorithm หรือระบบหลังบ้านของแพลตฟอร์มขายของออนไลน์อย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ธุรกิจไทยต้องเร่งแก้ไข นอกจากนี้ การขยายช่องทางไปสู่ตลาดสากลยังเป็นเรื่องที่หลายคนยังต้องการความช่วยเหลือ เพราะกำลังซื้อในประเทศนั้นมีข้อจำกัด และคู่แข่งในตลาดออนไลน์ก็มีจำนวนมาก การที่รัฐเข้ามาสนับสนุนโดยการพัฒนาเครื่องมือที่จะช่วยวัด "เครดิตดิจิทัล" ของผู้ค้าอย่าง SMEs, เกษตรกร และแรงงานอิสระที่ไม่มีข้อมูลเครดิตในระบบธนาคาร จะเป็นการเสริมสร้างความเชื่อถือและเปิดโอกาสในการขอรับทุนสนับสนุนหรือการเข้าถึงบริการทางการเงินมากขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐควรหลีกเลี่ยงการลงมือเองในสนามที่เอกชนได้พัฒนาและลงทุนอย่างหนัก เพราะนอกจากจะช้าและมีต้นทุนสูงแล้ว ยังอาจแย่งตลาดเดิมแทนที่จะสร้างตลาดใหม่ที่ใหญ่กว่าและมีศักยภาพเติบโตได้มากกว่าได้ ผู้ประกอบการ SMEs และพ่อค้าออนไลน์จึงควรได้รับการฝึกอบรมและการสนับสนุนทางเทคนิค การตลาด และบริการลูกค้าเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยการสนับสนุนที่เหมาะสมและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ไทยจะสามารถผลักดันให้ธุรกิจออนไลน์ขยายตัวในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกันสำหรับผู้ประกอบการทุกราย ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าออนไลน์หน้าใหม่หรือผู้ที่มีประสบการณ์แล้ว ทั้งนี้ แนวทางนี้สอดคล้องกับแนวคิดที่ว่า "คนไทยขายได้ทั่วโลก" ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาธุรกิจออนไลน์ในยุคดิจิทัลปัจจุบัน