Automatically translated.View original post

💳Travel card included. Must have!

🤩 flying anywhere, it's worth it.

Free entry to the Lounge or miles. Any line is fine.

.

But I really like the Travel Card. Exchange money in the app, keep it very comfortable. It doesn't cost swipe, but there are many credit cards now that don't cost swipe. Let's go study everyone.

.

Credit card, if used as us, is very worth it. Anyone who has any card would like to recommend, comment, share together 💖

2025/10/21 Edited to

... Read moreหลายคนถามเหมือนกันว่า “บัตร Travel Card เข้า Lounge ได้ไหม?” จากที่ลองใช้เองและหาข้อมูลเพิ่ม ขอตอบแบบตรงๆ คือโดยทั่วไป Travel Card ส่วนใหญ่ “ไม่ได้ให้สิทธิ์เข้า Lounge ฟรี” เพราะหน้าที่หลักคือเป็นบัตรเติมเงินไว้ใช้ต่างประเทศ (คุมงบได้ เติมเงินล่วงหน้าได้) และมักเด่นเรื่อง “รูด/กดเงินต่างประเทศค่าธรรมเนียมต่ำ” หรือเรทแลกเงินในแอปที่ดูง่ายกว่า ถ้าเป้าหมายหลักของคุณคือ “เข้า Lounge ฟรี” แนะนำให้มองไปที่ “บัตรเครดิต” ที่ผูกสิทธิ์ Lounge มาให้เลยมากกว่า (ในภาพที่แชร์มีแนวนี้ชัด เช่นกลุ่มบัตรที่เน้นเข้า Lounge ฟรี และอีกกลุ่มที่เน้นสะสมไมล์ & คะแนน) โดยสิทธิ์ Lounge จะต่างกันตามเงื่อนไข เช่น จำนวนครั้งต่อปี สนามบิน/เลานจ์ที่ร่วมรายการ หรือมีขั้นต่ำใช้จ่ายก่อนถึงจะกดสิทธิ์ได้ ส่วน Travel Card เหมาะกับคนที่อยาก “เซฟเลย!” เรื่องงบประมาณทริป เช่นตั้งงบไว้ 20,000 ก็เติมไว้เท่านั้น ใช้หมดก็คือหยุด ไม่เสี่ยงรูดเพลิน และยังช่วยแยกเงินเที่ยวออกจากบัญชีหลักได้ดี เวลาไปหลายประเทศก็สลับถือเงินหลายสกุลในแอปได้สะดวก (บางเจ้ารองรับหลายสกุลเงิน) ถ้าอยากได้ทั้ง “คุมงบแบบ Travel Card” และ “เข้า Lounge + สะสมไมล์/พอยท์” วิธีที่เวิร์กสำหรับเราคือแบ่งบทบาทให้ชัด: - ใช้บัตรเครดิตสายเที่ยวสำหรับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่/จองตั๋ว/โรงแรม เพื่อเก็บไมล์หรือพอยท์ และลุ้นสิทธิ์เข้า Lounge - ใช้ Travel Card สำหรับค่าใช้จ่ายหน้างานที่อยากคุมงบ เช่น ค่าเดินทางในเมือง ของกิน ช้อปเล็กๆ หรือประเทศที่อยากล็อกเรทไว้ก่อน ทริคเล็กๆ ก่อนเลือกบัตร (ช่วยให้คุ้มสุดจริง): 1) เช็กก่อนว่า “เข้า Lounge ฟรี” ต้องลงทะเบียน/กดรับสิทธิ์ในแอปไหม และได้กี่ครั้งต่อปี 2) ถ้าเน้นสะสมไมล์ ให้ดูอัตราแลกไมล์ต่อยอดใช้จ่าย และดูว่าใช้กับสายการบิน/โปรแกรมไหนได้บ้าง 3) ถ้าจะรูดต่างประเทศบ่อย เลือกบัตรที่ “ไม่เสียค่ารูดต่างประเทศ” หรือค่าธรรมเนียมต่ำ จะเห็นผลชัดมาก 4) Travel Card ให้ดูเรทแลกเงิน, ค่ากดเงิน, วงเงิน และความง่ายในการเติมเงิน/แชทซัพพอร์ต สรุปคือ Travel Card ตอบโจทย์ “คุมงบ + แลกเงินในแอป + ใช้ต่างประเทศง่าย” ส่วนสิทธิ์ “เข้า Lounge ฟรี” มักต้องพึ่งบัตรเครดิตสายเที่ยวเป็นหลัก ใครใช้คู่กันจะบาลานซ์ได้ทั้งความคุ้มและความสบายระหว่างเดินทาง