ทำไมการตีกลองบนบนโทรศัพท์ถึงไม่เป็นที่นิยม
การตีกลองโดยใช้เเอพซึ่งในตอนเเรกเเม้จะเป็นที่ชื่นชอบ เพราะทำให้สนุกเร้าใจ ท้าทายความสามารถจนเป็นที่ถูกใจกใจของใครต่อ ใครหลายคนรวมถึงเหล่า
Tiktokker เเละ Youtuber ซึ่งส่วนหนึ่งก็เพราะง่ายเเละสะดวกดีไม่จำเป็นต้อง คิดคอนเทนต์ให้นานเเละยุ่งยากอย่างเสียเวลาเนื่องจาก มีเพลงหลายประเทศ หลายเเนว หลากรูปเเบบ หลายจังหวะดนตรีการใช้งาน เเล้วจึงเเต่ความสามารถ เทคนิค ประสบการณ์ ความถนัดของการใช้งาน ของเเต่ละคน ทว่า ก็จำกัดไม่ได้ชื่นชอบอย่างเเพร่หลาย เนื่องจากข้อเสียเรื่องข้อจำกัดการ ใช้งานที่นิยมกันมากที่สุดคือมีการใช้กันอย่างมาก ทั้งสมาร์ทโฟนเเละไอเเพด รวมถึงโน๊ตบุ๊ค เเต่ไอเเพดจะนิยมใช้มากที่สุด เพราะมีความจุของเเบตเตอรี่ การใช้งานที่เสถียรต่อเนื่อง ยาวนานมากกว่ารองลงมาคือ โทรศัพท์หน้าจอสัมผัส หรือสามาร์ทโฟนเเละ โน๊ตบุ๊คน้อยที่สุดส่วนเเอปพลิเคชั่นที่นิยมใช้กันคือ Real drums เเละ Real drums xd ซึ่งมีผลเสียคือ
1) ขาดความรู้สึกจริง ( No Physical Feedback ) : การเเตะหน้าจอไม่ได้ เเรงสะท้อนกลับ ( Rebound ) ไม่เหมือนกลองจริฝทำให้ ไม่สามารถฝึกเทคนิคการจับไม้เเละควบคุมเเรงมือที่ ถูกต้องรวมถึงพื้นกลองเเม้จะเรียบเหมือนกันเเต่ เเข็งกระด้างเสียงจึงไม่ตรงกับเสียงกลองจริง
2) หน้าจอขนาดเล็ กเเเละตอบสนองจำกัด : เเม้ใช้ไอเเพด Pro 13 ก็ยังเล็กกว่ากลองชุดจริง ทำให้วางนิ้วผิดพลาดได้ง่าย เเละไม่สามารถตีกลองได้ได้เต็มวงเเขน
3) ความหน่วงของเสียง ( Latency ) : เสียงที่ออกมาอาจไม่ตรงกับจังหวะที่นิ้ว สัมผัสหน้าจอเป๊ะๆ ซึ่งรบกวนจังหวะการเล่น
4) เสี่ยงต่ออุปกรณ์ : การใช้ไม้กลองจริงตี ลงบนหน้าจอเพิ่มความเสี่ยงสูงที่ หน้าจอจะเเตกหรือเป็นรอยขีดข่วนเเม้จะทำการ ติดฟืล์มเเล้วก็ตาม
5) ขาด Dynamic : การควบคุมน้ำหนักเบา - หนัก ทำได้ไม่ละเอียดท่ากลองจริง
รวมทั้งส่งผลให้ CPU ทำงานหนัก โดยมีสาเหตุมาจากการประมวลเสียงเเบบ Real - Time เเอพต้องเปลี่ยนการสัมผัสเป็นเสียงทันที ( Low Latency ) ซึ่งต้องใช้การประมวลผล ที่สูงมาก รวมถึงการจัดเรียงกราฟฟิกเเละสัมผัส : เเอพกลองที่สวยงามมีการเเสดงผลกราฟฟิคที่ใช้ GPU / CPU พร้อมกัน รวมถึงการทำงานต่อเนื่อง การตีกลองที่เร็วต่อเนื่อง ทำให้ CPU ทำงาน 100% ได้ตลอดเวลา เเละ
เเบตเตอรี่เสื่อมไวได้.
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยลองเล่นแอพตีกลองบนโทรศัพท์มือถือ พบว่าแม้จะสะดวกและสามารถพกพาเล่นได้ทุกที่ แต่ก็มีข้อจำกัดที่ชัดเจนมากๆ เช่น การขาดแรงสะท้อนกลับ (Physical Feedback) ที่ทำให้รู้สึกเหมือนไม่ได้ตีกลองจริงเลย จึงยากต่อการพัฒนาเทคนิคการจับไม้กลองและควบคุมจังหวะได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ การที่หน้าจอโทรศัพท์มีขนาดเล็กและอัตราการตอบสนองจำกัด ก็ส่งผลให้การวางนิ้วและเคลื่อนไหวข้อมือทำได้ไม่เต็มที่เท่าการเล่นกลองชุดจริง อีกทั้งยังรู้สึกว่าเสียงมีความหน่วง (Latency) เล็กน้อย ทำให้เกิดการรบกวนจังหวะโดยรวมของเพลง นับว่าเป็นปัญหาสำหรับนักตีกลองที่ต้องศึกษาความแม่นยำในการเล่น ยังไม่รวมถึงความเสี่ยงที่เกิดจากการใช้ไม้กลองจริงตีลงบนหน้าจอโทรศัพท์ ที่อาจทำให้หน้าจอเกิดรอยขีดข่วนหรือแตกได้ แม้จะติดฟิล์มกันรอยแล้วก็ตาม รวมถึงการที่แอพต้องใช้ทรัพยากรจาก CPU และการประมวลผลเสียงแบบ Real-Time อย่างหนักหน่วง ส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมไว การเล่นในระยะยาวบนสมาร์ทโฟนทั่วไปจึงอาจไม่เหมาะสม จากการทดลองใช้นั้น ผมพบว่าไอแพดที่มีหน้าจอใหญ่และแบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานต่อเนื่องได้ดีกว่าโทรศัพท์ทั่วไป ถือเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่สามารถแทนที่ความรู้สึกและเทคนิคของการตีกลองชุดจริงได้อย่างเต็มที่ สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกตีกลองจริงจัง การฝึกบนกลองจริงยังคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอ ท้ายที่สุดแล้ว การเล่นกลองผ่านโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตเป็นเครื่องมือฝึกเล่นและความสนุกในรูปแบบหนึ่ง แต่หากหวังผลด้านเทคนิคและความรู้สึกสมจริง ยังมีข้อจำกัดที่ต้องทำความเข้าใจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ฝึกเล่นสามารถจัดการกับความคาดหวังและเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับเป้าหมายการฝึกของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
