Automatically translated.View original post

🔥Share, tell each other. This is how it's actually done. ✅🪙

This kind of "poverty, but the same wages" situation has to adjust the financial game faster and smarter, not just save, but "survive + live + have left" along the way.

This is how it's actually done. 👇

💡 1. Separate the money into 3 piles (very important).

🧾 Required expenses (eat, stay, travel)

💰 (at least 5-10%)

📈 Money Increase Income (Invest / Sell Small Things)

👉, if not separated, the money will flow unknowingly.

🍳 2. Reduce "non-life torture" expenditure.

Cooking by yourself (save 50-100 baht per day)

Buy Raised Pack / Morning Market / On Sale

Stop paying fussy (60 mug of coffee = 1,800 per month)

👉 Don't cut it all, but "choose to pay."

🚲 3. Reduce travel costs

Use bike / motorcycle / public car to make good use

Plan to combine errands in one day.

👉 The oil bill is "the silent money eater."

💼 4. Make more money (most important)

One-way income = very risky in this era.

Example:

Selling online (Shopee / TikGA)

Small hire after work.

Use AI Help Work (Write Post / Design / Editing)

👉 100-200 Baht per day = 3,000-6,000 per month

📊 5. Emergency money protection for 3-6 months.

In case of unemployment / illness / crisis

Start from small first (500-1,000 Baht / month)

👉 "Do not touch if it is not necessary."

🧠 6. Change the way you think.

Don't wait for wages to rise → "We have to add value ourselves."

Learn new skills (online, very free)

Look at money = tools, not just use

🔥 Brief summary

Expenditure must be controlled.

Revenue needs to increase.

Reserves must have

# Trending # Lemon 8 Howtoo # World economy # Immediately in the world

3/26 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ส่วนตัวในช่วงเศรษฐกิจที่ค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่รายได้ไม่ได้ปรับเพิ่มตาม สิ่งที่เห็นผลชัดเจนคือการบริหารจัดการเงินอย่างเป็นระบบและมีวินัยจริงๆ การแบ่งเงินออกเป็นกองต่างๆ ช่วยให้เห็นภาพการใช้เงินและควบคุมรายจ่ายได้ดีมากขึ้น เช่น การแยกเงินสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นอย่างชัดเจน เช่น ค่ากินอยู่เดินทาง ซึ่งช่วยลดความฟุ้งเฟ้อที่เคยเกิดจากการใช้จ่ายแบบไม่แยกส่วน นอกจากนี้ การลดรายจ่ายโดยไม่บั่นทอนคุณภาพชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ เช่น การทำอาหารทานเองแทนการซื้อข้างนอก นอกจากจะประหยัดแล้วยังได้สุขภาพที่ดีขึ้นด้วย การซื้อของจำนวนมากในราคาประหยัด ก็ช่วยลดต้นทุนได้อย่างเห็นผลเช่นกัน รวมถึงการหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายรายวันเล็กๆ เช่น กาแฟหรือขนมจุกจิก ที่สะสมแล้วทำให้รายจ่ายสูงโดยไม่รู้ตัว ในส่วนของค่าเดินทาง การเลือกใช้จักรยาน หรือวางแผนรวมธุระในวันเดียว ช่วยลดค่าน้ำมันซึ่งเป็นรายจ่ายที่สูงและต่อเนื่องได้มาก โดยต้องตระหนักว่าค่าน้ำมันเป็นตัวกินเงินเงียบที่หลายคนมองข้าม เรื่องที่สำคัญที่สุดคือการหาเงินเพิ่ม เพราะการพึ่งพารายได้ทางเดียวเสี่ยงมากในสถานการณ์ปัจจุบัน ตัวอย่างที่ทำได้ง่ายคือการขายของออนไลน์บนแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Shopee หรือ TikTok รวมถึงการรับจ้างงานเล็กๆ หลังเลิกงาน หรือใช้เทคโนโลยี AI เป็นตัวช่วยในการทำงาน เช่น การเขียนโพสต์ ออกแบบ หรือการตัดต่อวิดีโอ ซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมวันละ 100–200 บาท ที่ถ้ารวมเดือนละหลายพันบาท ก็มากพอช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย สุดท้าย การสร้างเงินสำรองฉุกเฉินเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ตกงานหรือเจ็บป่วย เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม แม้จะเริ่มจากยอดเล็กๆ แต่ความตั้งใจเก็บเงินนี้ให้ได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวได้จริง การเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเงินและค่าแรงก็มีผลมาก การไม่รอให้ค่าแรงขึ้น แต่อยู่ที่เราต้องเพิ่มมูลค่าและทักษะด้วยตัวเอง เช่น การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ จากแหล่งเรียนออนไลน์ฟรีที่มีมากมาย ช่วยเปิดโอกาสให้เราทำงานหรือสร้างรายได้ที่มากขึ้นตามศักยภาพ ทั้งหมดนี้คือวิธีที่ทำได้จริง และผมเชื่อว่าถ้าใครลงมือทำอย่างจริงจังกับการจัดการการเงินแบบนี้ จะสามารถผ่านพ้นยุคข้าวยากหมากแพงไปได้อย่างมั่นคงและไม่ต้องเครียดมากเกินไป