ขอบคุณมากครับ
จากประสบการณ์ที่ได้ร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างผู้ตรวจแปลงเกษตรอินทรีย์ตามมาตรฐาน PGS ที่จังหวัดสุรินทร์ ผมได้เห็นความตั้งใจและความพิถีพิถันของเกษตรกรในการรักษามาตรฐานอินทรีย์อย่างเคร่งครัด การห้ามใช้สารเคมีทุกชนิดนั้นเป็นหัวใจหลักของการเกษตรอินทรีย์เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพผู้บริโภค นอกจากนี้การไม่เผาตอซังและไถกลบตอซังยังช่วยรักษาความสมดุลของดิน และการใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยพืชสดช่วยบำรุงดินอย่างยั่งยืน ที่สำคัญเกษตรกรต้องมีแนวกันชนป้องกันการปนเปื้อนจากสารเคมี และใช้เมล็ดพันธุ์อินทรีย์ หรือหากหาไม่ได้ ให้ใช้เมล็ดพันธุ์ทั่วไปที่มีการจัดการอย่างเหมาะสม โดยต้องไม่ใช้เมล็ดพันธุ์ดัดแปลงพันธุกรรม (GMOs) ซึ่งทำให้ระบบเกษตรอินทรีย์มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เรื่องน้ำใช้ในแปลงอินทรีย์ก็ต้องมาจากแหล่งที่ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน และการใช้เครื่องมือแยกจากเครื่องมือทั่วไปเป็นการป้องกันการปนเปื้อนอีกชั้นหนึ่ง การใช้สารชีวภัณฑ์สำหรับป้องกันและกำจัดศัตรูพืชก็ช่วยลดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ด้วย สุดท้าย การเก็บรักษาและขนส่งผลผลิตต้องไม่ปะปนกับผลผลิตทั่วไป เพื่อรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิตอินทรีย์ ตลอดทั้งกระบวนการได้มีการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะสมกับวิถีการเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน สำหรับเกษตรกรและผู้สนใจ การได้รับความรู้และฝึกอบรมในหลักเกณฑ์เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้แปลงเกษตรอินทรีย์เป็นไปตามมาตรฐานสากลและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในคุณภาพของผลิตภัณฑ์อินทรีย์โดยแท้จริง



