Automatically translated.View original post

Lotus curry with tilapia

2025/9/8 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังหาเมนู “แกงกะทิสายบัว” ที่ทำง่ายและอร่อยแบบกับข้าวบ้านๆ เราว่าใส่ปลานิลคือเข้ากันมาก เพราะเนื้อปลาแน่น ไม่เละง่าย และเข้ากับน้ำแกงกะทิที่หอมมันสุดๆ ตอนทำครั้งแรกกลัวสายบัวดำกับมีรสฝาด เลยลองทำตามทริคที่แม่เคยสอนแล้วเวิร์กมาก 1) เตรียมสายบัวให้กรอบ ไม่ดำ ไม่ฝาด - ลอกเปลือกแข็งๆ ด้านนอกออกก่อน แล้วหั่นเป็นท่อนพอดีคำ - แช่น้ำผสมเกลือนิดหน่อยหรือบีบมะนาวลงไปเล็กน้อย ระหว่างเตรียมอย่างอื่น จะช่วยให้สายบัวไม่คล้ำ - ก่อนใส่หม้อ ล้างน้ำเปล่าอีกครั้ง แล้วสะเด็ดน้ำ เท่านี้สายบัวจะยังกรอบและสีสวย 2) เลือกและเตรียมปลานิลให้ไม่คาว - ใช้ปลานิลสด หรือถ้าเป็นชิ้นแล่ให้ซับน้ำให้แห้ง - หมักเกลือนิดเดียว + น้ำมะนาว/ขิงตำเล็กน้อย 5–10 นาที แล้วล้างเร็วๆ (หรือซับออก) จะช่วยลดกลิ่นคาว - ตอนใส่ปลาให้รอน้ำแกงเดือดปุดๆ แล้วค่อยใส่ จากนั้น “ห้ามคนแรง” ปลาจะไม่แตก 3) น้ำพริกแกงและกะทิให้นัว รสของแกงกะทิสายบัวจะเด่นที่ความหอมของพริกแกงแดงและกะทิ แนะนำผัดพริกแกงกับหัวกะทิให้แตกมันนิดๆ ก่อน กลิ่นจะฟุ้งมาก แล้วค่อยเติมหางกะทิ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บปลายช้อน (ตัดให้กลมกล่อม) ใครชอบเผ็ดใส่พริกชี้ฟ้าหั่นเพิ่มได้ 4) ลำดับการใส่วัตถุดิบ (สำคัญ) - ผัดพริกแกงกับหัวกะทิให้หอม - เติมหางกะทิ รอเดือด - ใส่ปลานิล รอให้ปลาเริ่มสุกค่อยชิมและปรุง - ใส่สายบัว “ท้ายๆ” เพราะสายบัวสุกไว ต้มแค่พอนิ่มกรอบจะอร่อยที่สุด 5) เสิร์ฟให้อร่อยขึ้น แกงกะทิสายบัวใส่ปลานิลร้อนๆ น้ำแกงสีส้มแดงตักใส่ถ้วย กินกับข้าวสวยหรือขนมจีนก็เข้ากันมาก ถ้าอยากหอมสมุนไพร เติมใบโหระพาช่วงปิดไฟ จะได้กลิ่นสดๆ ทำตามนี้จะได้แกงกะทิสายบัวที่น้ำแกงนัว หอมกะทิ สายบัวกรอบ และปลานิลไม่คาว กินได้ทั้งบ้านแบบสบายๆ เลยค่ะ