บันทึกการรักษาสิวทั้งหมด(แต่ยังไม่หายนะ)

มันต้องยาวมากแน่ จริงๆแล้ว คิดมาตลอดว่า ถ้าวันนึงเราหาย เราจะแชร์วิธีการรักษาให้ทุกคนบนโลกรับรู้ แต่บังเอิญว่า เราไม่หายน่ะสิ ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่าเราเป็นคนที่เป็นสิวอยู่แล้วนะ ซึ่งเราเป็นสิวมาตั้งแต่ประถม,ม.ต้นและม.ปลายเลยทุกคน แต่มันจะเป็นสิวอักเสบเม็ดใหญ่ๆ กระจายกันขึ้น(อุดตันก็มีแน่ๆล่ะ) ในตอนนั้นเราไม่ได้สนใจดูแลตัวเองเลย ใช้แค่โฟมล้างหน้ากับยาทาสิว ไม่มีม้อยเจอไรเซ่ออะไรทั้งนั้น จนช่วงม.6 สิวเรามันหนักมากๆ(หนักกว่าในทุกๆรูป) มันอักเสบแดงนูนเห่อทั่วหน้า เจ่บปวดมากๆ แค่ล้างหน้าก็เจ่บ ร้องไห้น้ำตาไหลก็เจ่บสิว สุขภาพจิตเราย่ำแย่มากๆ เลยบอกแม่ว่าอยากรักษาสิวที่คลินิค(ซึ่งเป็นคลินิคตจวนะคะ เพื่อนแนะนำมา เราไม่มีรูปช่วงวัยเรียนตอนนั้นเลย มันอยู่ในโทรศัพท์เครื่องเก่า) หมอที่คลินิครักษาด้วยการกดสิวและการทานยา(โรแอคยี่ห้อหนึ่ง เม็ดละ20บาท)ทำแบบนั้นอยู่นานเลยค่ะ แม่เสียตังไปเป็นหมื่น จนกระทั่งหน้าเราไม่มีสิวขึ้นเลย ถึงจะนอนตีสามตีสี่กินของหวาน ยังไงสิวก็ไม่ขึ้น เราทานยานั่นมาปีกว่าๆ จนสุดท้ายเราเลิกรักษาเพราะเข้ามหาลัย เราขอพูดถึงยาที่เราทานก่อนนะคะ เราเชื่อว่าหลายคนคงรู้ว่า ทานแล้วมีผลในเรื่องการทำให้ทารกในครรภ์พิการได้ การทานยาต้องได้รับการควบคุมและจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น นอกจากนี้ ยายังส่งผลเกี่ยวกับค่าตับ ไขมัน เส้นผม และกระดูก ซึ่งเราไม่เคยตรวจเลือดหรือค่าตับเลยจนถึงตอนนี้เพราะตอนนั้นหมอบอกแค่ผลข้างเคียงเรื่องการตั้งครรภ์ บวกกับเราคิดน้อยไปด้วยค่ะ หลังจากลดความถี่ยาในช่วงแรก สิวอุดตันก็กลับมาขึ้น(ตอนนั้นเรากินยาสัปดาห์ละเม็ด) หมอที่คลินิคก็แนะนำให้ทายาดิฟเฟอรีน ทาม้อย แล้วก็ไปหาที่กดออก เราก็ทำแบบนั้น ซึ่งมันก็เป็นตามภาพแรกเลย เรามีสิวขึ้น แล้วเราก็ทายา ยาก็เหมือนจะดันสิวออกมา เราก็ไปกด กลับมาทายา สิวขึ้น กด ทำอยู่อย่างนั้นหลายเดือนสิวก็ไม่หยุดขึ้น จนขึ้นปี2 เราเล่นเวทหมดเงินไปเยอะ เราไม่มีเงินไปกดสิว เราเลยหายามาทา ซึ่งเราผิดเองที่เราใช้สารแอคทีฟซ้ำซ้อนทั้งวิตามินเอและBHA มันทำให้สิวเราหนักขึ้นๆๆตามภาพเลยทุกคน(เราทำแบบนั้นอยู่ประมาณ6-8อาทิตย์) จนทนไม่ไหวเลยไปหาหมอที่สถาบันโรคผิวหนัง(อนุสาวรีย์) เราตื่นตีห้าไปรอคิวได้พบหมอตอนสิบโมงครึ่ง หมอผชพิมพ์คอมกับคุยโทรศัพท์อย่างเดียว ให้เราถอดแมส 5วิแล้วบอกใส่กลับเลย แล้วก็พิมคอม แล้วก็รับโทรศัพท์7นาที แล้วก็จ่ายยาเรา หันมาบอกว่า ”อย่างงี้นะ สิวหนูอะ ไม่ทำอะไรมันก็ขึ้น “ บิลแรกคือพันสาม ซึ่งเราไม่มีเงินมากขนาดนั้น เราเลยขอลดยา เลยได้บิลไปประมาณแปดร้อยกว่าบาท มีทั้งยากินยาทา แต่ยากินเป็นยาฆ่าเชื้อนะะ เราลองทายาและกินยาควบคู่กันไปดูประมาณ2สัปดาห์ รู้สึกว่าไม่ดีขึ้น(ตามรูปสุดท้ายที่เหนเลยทู้กคน) เลยตัดสินใจไปหาหมอคลินิคที่ข้างมหาลัยแห่งหนึ่ง หมอเขาให้เราหยุดใช้ทุกอย่าง แต่แกพูดเรื่องคลีนซิ่งซึ่งแกบอกว่า ถ้าไม่แต่งหน้าอย่าไปใช้ ยิ่งออยล์ยิ่งแล้วใหญ่ แกก็อธิบายเกี่ยวกับสิวและการกระตุ้น พร้อมกับให้ยาของคลินิคมา1ชุดซึ่งตอนนี้เรายังใช้ไปได้แค่5วันเอง เลยยังไม่ลงรูปให้ดูนะะว่าผลที่ได้มันเป็นยังไง ก็รู้สึกว่ามันดียุ่นะ ขอเวลามากกว่านี้หน่อยละกันจะมาอัพเดตให้ฟัง อ้อ คลินิคที่เราไปไม่เสียค่าหมอนะ เสียแค่ค่ายาซึ่งยามันเป็นตลับจิ๋วมากใช้ได้2อาทิตย์ คุณหมอบอกเราว่าครีมของแกไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน

สุดท้าย ในบันทึกแรกนี้ เราขอเป็นกำลังใจให้ตัวเราเอง เพราะสุขภาพจิตเราก็กลับมาแย่อีกแล้ว และเราจะไม่ขอกลับไปรักษาด้วยการกินโรแอคอีก(เราไม่โทษหมอที่คลินิคแรกหรอก ถ้าเราเป็นหมอ เราอยากให้คนไข้หายเราก็คงทำแบบนั้น) มันแค่เหมือนการใช้เงินและสุขภาพมาแลกกับการได้กลับมามั่นใจกลับมาทำนุ่นนี่กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง แต่เราคงกินยาตลอดไปทุกครั้งไม่ได้หรอก ใครก็ตามที่เป็นสิวอยู่ แกไม่ใช่คนเดียวนะที่เป็นสิว เราก็เป็น เรารู้ ไม่มีใครเข้าใจหรอก เพราะมันไม่ได้ขึ้นอยู่บนหน้าเขา เราก็เคยโดนคนทัก เรารู้ดี บางคนที่เขาไม่พูดแต่พอจะมองออกว่าเขาคิด เราไม่กล้าถอดแมสเลยจนกว่าจะถึงห้อง เพื่อนบางคนก็คะยั้นคะยอให้ถอดแมส เอาของกินมาให้กิน แต่เราขอโทษจริงๆเราทำไม่ได้ และเราไม่หวังให้ใครมาเข้าใจ ขอบคุณทุกคนที่อ่านจบนะะะะ😭ยาวค่ดเลย

(ขออภัยในความที่รูปดูสยอง)

#แชร์ประสบการณ์รักษาสิว #สิว #รักษาสิว#สิวอักเสบบ

2025/11/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการรักษาสิวเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและความอดทนมาก โดยเฉพาะสิวอักเสบเม็ดใหญ่ที่ส่งผลกระทบกับสุขภาพจิตอย่างมาก หลายคนพบว่าการใช้ยาโรแอคซึ่งเป็นยาที่ช่วยลดการอักเสบและการเกิดสิวได้ผลดีในระยะเวลาแรกๆ แต่ก็มีผลข้างเคียงที่ต้องระวัง เช่น ผลต่อสุขภาพของตับ ไขมันในเลือด เส้นผม และโดยเฉพาะกับหญิงตั้งครรภ์ที่อาจเกิดอันตรายต่อลูกในครรภ์ ดังนั้นการทานยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดและต้องตรวจเลือดสม่ำเสมอเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน นอกจากนี้ การใช้สารแอคทีฟมากเกินไปหรือละเลยการดูแลผิวในแบบอ่อนโยน ทั้งวิตามินเอและ BHA ในเวลาเดียวกันอาจทำให้ผิวระคายเคือง สิวอักเสบรุนแรงขึ้นได้ สิ่งสำคัญคือการฟังสัญญาณของผิวและปรับการดูแลให้เหมาะสม เช่น การล้างหน้าด้วยคลีนซิ่งสำหรับคนที่ไม่แต่งหน้า หรือหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันเพื่อไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน การกดสิวก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดสิวอักเสบได้ แต่ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อป้องกันการติดเชื้อหรือทิ้งรอยแผลเป็น การดูแลสุขภาพจิตควบคู่ไปด้วยสำคัญมาก เพราะความเครียดและความกังวลอาจกระตุ้นให้สิวแย่ลง ผู้ที่เป็นสิวจึงต้องมีความเข้าใจตัวเองและเปิดใจรับกำลังใจจากคนรอบข้างด้วย สิวไม่ได้เป็นแค่เรื่องผิวหน้าเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของชีวิตและความมั่นใจด้วย การอยู่กับสิวอย่างเข้าใจและไม่หวั่นไหวจะช่วยให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ อย่างไรก็ตาม ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา เพราะแต่ละคนมีสภาพผิวและสาเหตุของสิวที่แตกต่างกัน ผู้ที่กำลังรักษาสิวอยู่อย่าเพิ่งท้อแท้ ยังมีทางเลือกใหม่ๆ และการดูแลที่เหมาะสมอยู่เสมอ การเปลี่ยนวิธีการดูแลจากการใช้ยาแรงมาเป็นการดูแลผิวอย่างอ่อนโยนก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ควรลอง เพื่อคืนความสุขและความมั่นใจกลับมาในที่สุด