Automatically translated.View original post

Sharing the experience. Dead rat in the engine room. Nearly ten thousand hits.

The day before driving to eat, when I walked in the car smelled rotten and looked around the car, it appeared that I opened the hood, the smell hit the front, hahahaha. I definitely died.

Took the car into the center for him to check and found me trapped in the engine room near the front of the car, around the air conditioner, and it stinks a lot.

Managed to take it out, clean the engine room, clean the air, clean the air, bake the ozone, and the bill will pass out 9600. 🥲

Advice if you encounter an incident like this.

1. Hurry to get the car into the service center or garage as fast as possible. Do not spray the water yourself, because the more the carcass will spread, follow other parts.

2.Wash air, clear the engine room, change the air filter, and bake ozone, as well as remove the carcass parts to clean, clean, dry the sun, disinfect.

3. Do not turn on the air, because it may cause the smell to bake into the air system, will make it difficult to correct the smell, turn off the air to the garage.

# I got into the car # Car # A reminder parable # Car repair # First car

2025/8/28 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังเจออาการ “หนูตายในรถ” แล้วงงว่าต้องเริ่มจากตรงไหน ขอแชร์เช็กลิสต์ที่ผมใช้ตอนเจอจริง (กลิ่นเหม็นเน่าลอยขึ้นมาทันทีที่ขึ้นรถ) เพื่อให้แก้ได้ไวและไม่บานปลายกว่าเดิม สัญญาณที่บอกว่าอาจมีซากสัตว์อยู่ในรถ/ห้องเครื่อง - กลิ่นเหม็นเน่าหนักขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตอนจอดค้างคืนแล้วเช้ามาเปิดรถ - กลิ่นแรงมากบริเวณหน้ารถ/ซุ้มล้อหน้า หรือพอเปิดฝากระโปรงแล้วกลิ่นพุ่ง - มีคราบของเหลว/น้ำดำๆ หยดใต้รถ หรือ “นองเต็มแผ่นรองใต้เครื่อง” - มีแมลงวันเริ่มมา หรือกลิ่นแรงตอนเปิดพัดลม (แม้ยังไม่เปิดแอร์) ควรทำทันที (เรียงลำดับที่ช่วยลดความเสียหาย) 1) ปิดแอร์ไว้ก่อน และพยายามไม่เปิดพัดลมแรงๆ ถ้าเริ่มสงสัย เพราะกลิ่น/เชื้ออาจถูกดูดเข้าไปค้างในระบบแอร์ ทำให้แก้ยากขึ้น 2) เปิดกระจกให้อากาศถ่ายเท แล้วขับไปอู่/ศูนย์แบบสั้นที่สุดเท่าที่ทำได้ 3) แจ้งอู่ให้ “ตรวจห้องเครื่อง + รื้อแผงหน้า” ถ้าจำเป็น เพราะบางเคสหนูไปติดแถวหน้าเครื่อง/แถวแอร์ ต้องถอดชิ้นส่วนถึงจะเห็น (ผมเจอแบบต้องรื้อ) สิ่งที่ไม่แนะนำ (หลายคนเผลอทำแล้วงานเข้า) - อย่าฉีดน้ำหรือฉีดโฟมล้างห้องเครื่องเองทันที เพราะซากอาจกระจายไปตามซอก ทำความสะอาดยากขึ้น และกลิ่นจะติดแน่นกว่าเดิม - อย่าพยายามคีบ/งัดเองถ้าอยู่ลึกหรือเละมาก เสี่ยงทิ้งเศษไว้ ทำให้เหม็นวนกลับมา งานที่ควรทำให้ครบเพื่อ “ตัดวงจรกลิ่น” - เอาซากออก + ล้างทำความสะอาดห้องเครื่องแบบละเอียด - ล้างระบบแอร์/ตู้แอร์ (ถ้าอู่ประเมินว่ากลิ่นเข้าระบบแล้ว) - เปลี่ยนกรองแอร์ใหม่ทันที - อบโอโซนหรือฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสาร และให้ชิ้นส่วนที่โดนซาก “ตากแดดฆ่าเชื้อ” ตามที่อู่แนะนำ เรื่องค่าใช้จ่าย เคสที่ต้องรื้อและทำหลายขั้นตอน ค่าใช้จ่ายอาจขึ้นไปหลักพันปลายถึงหลักหมื่นได้ (ของผมจบที่ประมาณ 9,600 บาท) ดังนั้นยิ่งรีบแก้ ยิ่งมีโอกาสจบถูกกว่า ป้องกันไม่ให้หนูเข้าห้องเครื่องซ้ำ - หลีกเลี่ยงจอดใกล้กองขยะ/พุ่มหญ้า และลองส่องใต้ฝากระโปรงเป็นระยะ - ถ้าเคยมีประวัติหนูเข้ารถ แนะนำให้อู่ช่วยเช็กช่องทางเข้าตามซุ้มล้อ/แผงใต้ท้อง และทำความสะอาดคราบอาหาร/เศษใบไม้ที่สะสม หวังว่าเช็กลิสต์นี้จะช่วยให้คนที่กำลังเจอ “หนูตายในรถ” ตั้งสติและจัดการได้เร็วขึ้น โดยไม่ทำให้กลิ่นฝังระบบแอร์นะครับ