自動翻訳されています。元の投稿を表示する

私たちがより自分らしくなり始める心理学🏝✨

この範囲は世界に「無関心」ではありません。

しかし、それは内なる自己が何よりも明確であることを示す兆候です。

外部の擾乱

これが心理的に起こっていることです👇

1️⃣他人のアイデアを受け入れるのはやめましょう。

私は「人々はどのように見えるのか?」と思いました。

今、「これについてどう思う?」と考え始めてください。

焦点は「他人の目」から「自分の中の声」に移ります。

2️⃣、あなたは精神的な境界を持ち始めます。

すべての感情を受け入れないでください。

例:叱責されているが、以前のように一日中考えていない。

これは、心臓が健康になっている人のスキルです。

3️⃣混沌よりも平和が必要です。

自分自身を好きになり、静寂を好み、個人的な空間を好むようになりましょう。

脳は過食刺激から休息しています。

4️⃣より頻繁に自問自答するようになります。

私は何が好きですか?

これで大丈夫ですか?

これは私の人生にとって本当に重要ですか?

これが「自分をより深く知る」過程です。

5️⃣自分を他人と比較することが少ない。

競争したくないし、誰にも証明したくない。

代わりに、エネルギーは自己開発のために蓄えられます。

6️⃣、自分の人生に受け入れられるものを選び始めます。

人、ニュース、ソーシャル、会話。

「入場」という言葉が心の状態に直接影響することを知っているからです。」

✨.心理学的な要約。

これは思考の成長+感情の安定+自己認識のサインです。

あなたは地球から離れていません。

しかし、あなたは自分自身に近づいています。🤍

#自己改善の心理学 #生きた心理学 #トレンド #レモンでドラッグサイン8

4/28 に編集しました

... もっと見るเมื่อเราปรับตัวและเริ่มเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นจริงๆ สิ่งที่ผมพบคือไม่ใช่แค่การไม่สนใจความคิดเห็นของคนอื่น แต่เป็นการที่ได้ฟังเสียงภายในตัวเองอย่างลึกซึ้งกว่าเดิมอย่างแท้จริง ในชีวิตประจำวัน ผมสังเกตว่าการสร้างขอบเขตทางความคิด (Mental Boundaries) เป็นหัวใจสำคัญมาก เพราะมันไม่ใช่แค่การป้องกันความรู้สึกไม่ดีจากคำพูดหรือตำหนิ แต่เป็นการรักษาพลังงานด้านบวกและไม่ยอมให้สิ่งลบมาทำร้ายจิตใจนานเกินไป เช่นเดียวกับที่บทความกล่าวไว้ว่าเมื่อโดนตำหนิแล้วเราสามารถข้ามผ่านโดยไม่เก็บมาคิดจนแยกตัวได้ อีกหนึ่งจุดที่ผมประทับใจคือความต้องการความสงบและพื้นที่ส่วนตัว การได้อยู่เงียบๆ กับตัวเองทำให้ได้โฟกัสกับสิ่งที่ชอบและสิ่งที่ใช่จริงๆ โดยไม่ถูกรบกวนจากสิ่งเร้ารอบข้าง เป็นช่วงเวลาที่สมองได้พักและได้รีเซ็ตจิตใจ ผมเชื่อว่าใครที่ได้ลองใช้เวลาเหล่านี้จะเข้าใจความสุขที่แท้จริงมากขึ้น นอกจากนั้น การถามตัวเองบ่อยๆ เช่น "ฉันชอบอะไร?" หรือ "สิ่งนี้สำคัญกับฉันไหม?" ก็เป็นตัวช่วยให้รู้จักตัวเองลึกขึ้นและชัดเจนขึ้น การทำเช่นนี้ช่วยลดความกังวลและความสับสนในชีวิต ทำให้เราสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น สุดท้าย ผมเห็นด้วยกับข้อคิดเรื่องการเลือกสิ่งที่รับเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคน ข่าวสาร หรือสิ่งที่เสพผ่านโซเชียล การคัดกรองสิ่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงกับความสงบและความมั่นคงทางจิตใจ เพราะข้อมูลหรือความเห็นรอบตัวมีอิทธิพลต่ออารมณ์และการคิดของเราอย่างมาก จากประสบการณ์จริง เหล่านี้คือสัญญาณของการเติบโตทั้งทางความคิดและอารมณ์ที่จะทำให้เราเข้าใจและรักตัวเองมากขึ้น และแน่นอนว่ามันไม่ใช่การแยกตัวหรือเฉยชา แต่เป็นการอยู่ร่วมกับโลกโดยที่มีตัวตนที่มั่นคงและเป็นสุขจริงๆ