เทศกาลจีนที่ถูกลืม

วันเกิดมนุษย์ : วันขึ้น 7 ค่ำเดือนอ้าย

เชื่อกันว่า เจ้าแม่หนี่วาสร้างมนุษย์ขึ้นมาในวันนี้

เอ้า! ร้องเพลง จู้ หนี่ เซิง รื่อ ไคว่ เล่อ! (Happy birthday to you)

วันฟ้ารั่ว : วันที่ 20 เดือนอ้าย

เชื่อกันว่าเป็นวันที่เกิดรอยทะลุขึ้นบนท้องฟ้า มีลูกไฟตกลงมาเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก เจ้าแม่หนี่วาจึงเอาศิลาห้าสีเหาะขึ้นไปอุดรอยรั่วบนท้องฟ้าไว้ ช่วยสรรพชีวิตให้ปลอดภัยได้สำเร็จ

วันชมบุปผา : วันขึ้น 2/12/15 ค่ำเดือน 2

เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้เบ่งบาน ต้นไม้เขียวชอุ่ม

ทิวทัศน์งดงาม เหมาะกับการออกไปท่องเที่ยว

ชื่นชมธรรมชาติ

วันเล่นริมธาร : วันขึ้น 3 ค่ำเดือน 3

อยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ชาวจีนนิยมจัดงานเลี้ยงริมน้ำ

แต่งบทกวี ทำพิธีกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อขอน้ำมนต์มาประพรมเพื่อความเป็นสิริมงคล

วันกินอาหารที่ไม่ใช้ไฟในการประกอบ : ก่อนวันเช็งเม้ง 1-2 วัน

เพื่อรำลึกถึงขุนนางคนสำคัญในราชวงศ์โจวที่เสียชีวิตเพราะไฟป่า

ในวันนี้ ชาวจีนจะหลีกเลี่ยงการจุดไฟ แม้แต่ตอนประกอบอาหาร เมนูซึ่งเป็นที่นิยมในเทศกาลนี้คือ “ชิงถวน” ซึ่งสามารถทำเตรียมไว้ล่วงหน้าได้

เทศกาลชมบัว : เดือน 6

เมื่อดอกบัวบานสะพรั่งในหน้าร้อน ย่อมเป็นภาพที่งดงามตระการตา ควรค่าแก่การชื่นชม เช่นเดียวกับเทศกาลชมดอกซากุระ

เทศกาลเครื่องกันหนาว : วันขึ้น 1 ค่ำเดือน 10

กำลังจะเข้าหน้าหนาว ขาวจีนโบราณจะแสดงความกตัญญูต่อบิดามารดาผู้วายชนม์ด้วยการเผาเครื่องกันหนาวไปให้พวกเขาใช้ในปรโลก

วันเลี้ยงลูกจ้าง : วันที่ 16 เดือน 13

เป็นวันที่นายจ้างจะจัดงานเลี้ยงขอบคุณคนงานและจ่ายค่าแรง เพื่อให้พวกเขามีทุนไปเตรียมฉลองปีใหม่กับครอบครัว

1/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าพูดถึง “เทศกาลจีน” หลายคนจะนึกถึงตรุษจีน เช็งเม้ง ไหว้พระจันทร์ก่อนเลย แต่พอไปอ่านตำนานจีนโบราณ (และดูภาพวาดจีนโบราณที่เล่าเรื่องภูเขา เมฆ ดวงอาทิตย์แบบคลาสสิก) จะเจอวันสำคัญยิบย่อยที่น่ารักและมีความหมายมากๆ จนรู้สึกเสียดายที่คนยุคนี้แทบไม่พูดถึงแล้ว 1) วันเกิดมนุษย์ (ตำนานเจ้าแม่หนี่วา) วันแรกๆ ของปีตามจันทรคติจีนมีความเชื่อเรื่อง “เจ้าแม่หนี่วา” ปั้น/สร้างสิ่งมีชีวิต และวันหนึ่งคือวันที่มนุษย์ถือกำเนิด เลยมีมุกน่ารักว่าให้ร้องเพลงอวยพรวันเกิดกันได้ด้วย ถ้าอยากทำตามแบบร่วมสมัย เราชอบใช้วันนี้เป็น “วันอวยพรคนรอบตัว” ส่งข้อความดีๆ หรือให้ดอกไม้เล็กๆ น้อยๆ ก็ได้ 2) วันฟ้ารั่ว (เจ้าแม่หนี่วาซ่อมท้องฟ้าด้วยศิลาห้าสี) เรื่องนี้ภาพจำชัดมาก: เจ้าแม่หนี่วาเอาศิลาห้าสีไปอุดรอยรั่วบนท้องฟ้า เพื่อปกป้องสิ่งมีชีวิตจากภัยพิบัติ อ่านแล้วให้ความรู้สึกเหมือน “วันที่รอดพ้นจากเคราะห์” ถ้าอยากโยงเข้ากับชีวิตประจำวัน เราใช้เป็นวันที่เตือนตัวเองให้เช็กความปลอดภัยเล็กๆ เช่น สำรองข้อมูล เช็กเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือจัดบ้านให้โล่งขึ้น เหมือนซ่อม “รอยรั่ว” ของชีวิตตัวเอง 3) วันชมบุปผา (ฤดูใบไม้ผลิ) พอเข้าหน้าดอกไม้บาน ชาวจีนโบราณก็มีวันออกไปชมธรรมชาติจริงจังมาก คล้ายเทศกาลชมซากุระเลย แนะนำให้ทำกิจกรรมง่ายๆ เช่น เดินสวนสาธารณะ ถ่ายรูปดอกไม้ ทำเป็น “ดอกไม้อวยพรประจำวัน” แล้วโพสต์/ส่งให้เพื่อน (ถ้าอยากได้แบบฟรีก็ใช้ภาพที่ถ่ายเอง จะสบายใจเรื่องลิขสิทธิ์ที่สุด) 4) วันเล่น/อาบน้ำริมธาร (บรรยากาศภาพวาดภูเขา-สายน้ำ) คอนเซ็ปต์คือการไปริมน้ำ ทำพิธี ขอความเป็นสิริมงคล บางยุคมีธรรมเนียมแต่งบทกวีด้วย เราว่าอินมากกับภาพวาดจีนโบราณแนว “ภูเขาและสายน้ำ” ใครอยากทำตามแบบไม่ต้องอลัง: ไปเดินริมคลอง/แม่น้ำช่วงเย็น ล้างมือแบบตั้งใจ แล้วตั้งจิตอธิษฐานสั้นๆ ก็ได้ฟีลพิธีกรรมร่วมสมัย 5) วันกินอาหารไม่ใช้ไฟ (ก่อนเช็งเม้ง 1-2 วัน) + ชิงถวน จุดเด่นคือ “งดก่อไฟ” เพื่อรำลึกเหตุการณ์ในอดีต อาหารที่นึกถึงคือชิงถวนสีเขียว ทำเตรียมไว้ล่วงหน้าได้ ถ้าอยากลองแบบง่ายในบ้านเรา: เลือกเมนูไม่ต้องปรุงไฟ เช่น ผลไม้ โยเกิร์ต ขนมที่ทำล่วงหน้า แล้วตั้งใจทานแบบระลึกถึงความไม่ประมาท 6) เทศกาลชมบัว / เทศกาลเครื่องกันหนาว / วันเลี้ยงลูกจ้าง สามวันนี้ให้ภาพชีวิตคนโบราณชัดมาก—ชมความงามของบัวในหน้าร้อน, การกตัญญูต่อผู้ล่วงลับ, และการขอบคุณคนทำงาน ถ้าเอามาปรับใช้ เราชอบทำเป็น “วันขอบคุณ” ทั้งกับครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน เขียนการ์ดสั้นๆ หรือเลี้ยงข้าวเล็กๆ ก็อบอุ่นแล้ว ถ้าคุณชอบตำนานเจ้าแม่หนี่วาและเทศกาลจีนโบราณ ลองเลือกสัก 1 วันมาทำกิจกรรมเล็กๆ ตามธีม จะรู้สึกว่าเทศกาลที่ถูกลืมพวกนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้งจริงๆ