คนจีนยุคโบราณต้องรับแต่งงานกันจริงเหรอ?

.

จริง

.

หากชายอายุ 30 หญิงอายุ 20 แล้วยังไม่แต่งงาน

ทางการจะเรียกตัวเขาไป “ปรับทัศนคติ”

และครอบครัวจะถูกเรียกเก็บ “ภาษีคนโสด

มิหนำซ้ำ เมื่อชายไปเข้าสอบเพื่อรับราชการก็จะถูกหักคะแนนฐาน “อกตัญญู”

ส่วนหญิง ทางการจะจัดหาคู่ครองให้

.

การแต่งงานของชายหญิงชาวจีนในยุคโบราณ ต้องมี “สามหนังสือหกพิธี” จึงจะถือว่าครบถ้วนสมบูรณ์

.

1. สามหนังสือ (三书) คือเอกสารสำคัญ 3 ฉบับที่เป็นหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูล:

• หนังสือหมั้นหมาย

• หนังสือแสดงรายการสินสอด

• หนังสือรับตัวเจ้าสาว

2. หกพิธี

1. การสู่ขอ

2. การขอวันเดือนปีเกิด

3. การเสี่ยงทายดวงชะตา

4. การมอบสินสอด

5. การขอฤกษ์ยาม

6. การรับเจ้าสาว

.

สินสอดของหมั้นก็เป็นสิ่งที่จะขาดตกบกพร่องมิได้

.

ในยุคราชวงศ์โจว (ประมาณ 1046–256 ปีก่อนคริสตกาล) สินสอดของหมั้นที่ต้องมีเข้าพิธีคือ “ห่าน”

ซึ่งในตำรับยาจีนถือเป็นอาหารชั้นเลิศ

ห่านเป็นสัตว์ที่ดุและคล่องแคล่ว เจ้าบ่าวต้องจับห่านเป็นๆ มาด้วยตัวเองเพื่อพิสูจน์ให้เจ้าสาวเห็นว่าเขามีร่างกายแข็งแรงพอจะดูแลครอบครัว

นอกจากนี้ ห่านยังเป็นสัญลักษณ์สำคัญถึง "ความภักดี" เนื่องจากห่านเป็นสัตว์ที่จะอพยพย้ายถิ่นตรงตามฤดูกาลเสมอ และมีคู่เดียวตลอดชีวิต สื่อถึงการซื่อสัตย์และชีวิตคู่ที่ยั่งยืน

.

ราชวงศ์ฮั่น (ช่วง 202 ปีก่อนคริสตกาล–ค.ศ. 9 และ ค.ศ. 25–210)

บุรุษต้องมีบ้านเป็นของตัวเอง (ท่าเรือสัตตบงกชทั้งผืน น่าจะพอ)

.

ราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ.960-1279)

บุรุษต้องมีภูมิความรู้ มีการศึกษา ยิ่งมียศตำแหน่งได้ยิ่งดี

.

ราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368-1644)

บุรุษต้องมีทรัพย์สินเงินทองและธุรกิจร้านค้า

.

1/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในบทความนี้พูดถึงประเพณีแต่งงานของคนจีนโบราณที่มีความละเอียดและซับซ้อน เริ่มตั้งแต่การใช้ "สามหนังสือ" ที่เป็นเอกสารหลักยืนยันความสัมพันธ์และความถูกต้องทางครอบครัว ไปจนถึง "หกพิธี" ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการแต่งงานที่ครอบคลุมตั้งแต่การสู่ขอจนถึงพิธีรับเจ้าสาว จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ศึกษาวัฒนธรรมจีนกับเพื่อนคนจีน ทราบว่าการยึดมั่นตามประเพณีนี้ทำให้ครอบครัวมีความเข้มแข็งและสืบทอดต่อกันมารุ่นต่อรุ่น โดยเฉพาะในสังคมจีนดั้งเดิมที่ยึดถือความผูกพันของตระกูลเป็นหลัก ชายหนุ่มต้องพิสูจน์ความสามารถและความรับผิดชอบ เช่น การจับห่านด้วยตนเองในยุคราชวงศ์โจว ไม่ใช่แค่เป็นเรื่องพิธีการ แต่เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการรับผิดชอบและความซื่อสัตย์ในชีวิตคู่ นอกจากนี้แต่ละยุคราชวงศ์ยังแตกต่างกันในข้อกำหนดของชายหนุ่ม เช่น ต้องมีบ้านในยุคราชวงศ์ฮั่น ต้องมีภูมิความรู้และตำแหน่งดีในยุคราชวงศ์ซ่ง และต้องมีทรัพย์สินเงินทองในยุคราชวงศ์หมิง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการแต่งงานไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนตัว แต่ยังเกี่ยวพันกับสถานะและความมั่นคงของครอบครัวในสังคม ในยุคปัจจุบัน แม้หลายสถานที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตไป แต่บางครอบครัวชาวจีนยังคงยึดถือธรรมเนียมเหล่านี้หรือปรับใช้ในรูปแบบใหม่ เพื่อคงความเชื่อมโยงกับอดีตและเสริมสร้างความมั่นคงในครอบครัว ส่วนเรื่อง "ภาษีคนโสด" หรือ "การปรับทัศนคติ" นั้น สะท้อนให้เห็นถึงวิธีการที่สังคมจีนในอดีตใช้บังคับให้คนแต่งงานเพื่อสืบเผ่าพันธุ์และรักษาความมั่นคงทางสังคม ดังนั้นการเข้าใจประเพณีแต่งงานจีนโบราณจึงไม่ใช่แค่การรู้ถึงพิธีกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการเข้าใจถึงวัฒนธรรม ความเชื่อ และค่านิยมที่ฝังรากลึกในสังคมจีน ซึ่งยังคงมีอิทธิพลมาถึงปัจจุบัน

ค้นหา ·
แต่งงานคนจีน