ประสบการณ์ชีวิต
EP1.
🙂🙂วันนี้มาเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตของเล่านะคะ....เน้นย้ำว่าแค่ประสบการณ์ของเราเท่านั้นนะคะ😆
เราเลยละกันเนาะ...ขอเริ่มจากตอนนั้นเราอายุ15..เรียนจบม.3มัธยมต้น..ตอนนั้นอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยง..ตอนนั้นอยู่สมุทรสาคร..พ่อและแม่เลี้ยงทำงานในโรงงาน..ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าโรงงานเกี่ยวกับอะไรแต่เขาทำงานเป็นกะกลางวันและกลางคืน 15วันเปลี่ยนกะครั้งตอนนั้นเราทำงานโรงงานสกรีนเสื้อและช่วงนั้นเบ็นเท็นดังมาก😆😆เราทำงานในโรงงานประมาณ1อาทิตย์เรามีพื่อสนิท1คนชื่ออินตอนนั้นสนิทกันมากทำงานไปสักพักประมาณ1เดือนมีรุ่นพี่ที่ทำงานมาจีบ555เราก็ใจง่ายก็คุยกับเขาแต่เราไม่ค่อยคุยเท่าไหร่รู้สึกไม่ใช่สเปค😁ก็ทำงานได้สักพักเราก็ลาออกจากงานและก็เลิกติดต่อกันไปเลย😄เรามีเพื่อนในกลุ่ม4-5คน ยอมรับเลยตอนนั้นเที่ยวเก่งมาก...เก่งแบบสุดๆ😄อยู่สมุทรสาครได้1ปี พ่อก็พาย้ายมาอยู่ที่บางเสร่ตอนแรกย้ายมากับพ่อแค่2คนส่วนแม่เลี้ยงยังทำงานอยู่สมุทรสาครพ่อก็ขายของไก่ย่าง บารบีคิว มีรถซาเล้ง1คัน ตอนนั้นเราช่วยพ่อเตรียมของไปขายไม่ได้ทำงานแต่เรียนกศน.ทุกวันพุธและวันอาทิตย์อยู่2คนกับพ่อได้5เดือนแม่เลี้ยงก็ตามมา...แม่เลี้ยงมาก็ไม่ได้ทำงานเหมือนกันเตรียมของให้พ่อไปขายส่วนเราเริ่มหางานทำเริ่มจากไปขายของตลาดเช้า..ตื่นเช้ามากตี3ต้องตื่นไปทำงาน..เลิกงานเที่ยง..ตอนนั้นคือเจอเจ้านายอารมณ์ร้อนด้วยทำได้2-3เดือน ก็ออกและได้งานใหม่ไปขายของในค่ายทหารขายเสื้อผ้าและรับปักชื่อก็ใช้เครื่องจักรเป็นครั้งแรกเพราะงานนี้เลย😄ขายของในค่ายได้2อาทิตย์มีทหารมาจีบ😆อีกแล้วจีบเช้า-เย็นก็ขอเฟสได้เฟสก็มีโทรหาแชทหาไปเที่ยวด้วยกันก็คบเป็นแฟนคบได้3เดือน เมียเขาโทรมาอันนี้คืออึ้งไปเลย สรุปมีลูกเมียที่บ้านก็ตัดจบไปเลยไปติดต่อตอนนั้นก็ออกจากงานในค่ายและได้งานใหม่ที่ร้านอาหารหน้าทรายหาดเป็นเด็กเสริฟตอนนั้นมีแฟนทอมมาจีบสรุปมีแฟนเป็นทอม😆ก็ได้ไปอยู่กับแฟนที่บ้านเขา..ความรักแบบเด็กๆมากคิดว่าแค่อยู่ด้วยกันรักกันแค่นี้ก็พอแต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่..อยู่ด้วยกัน5เดือนก็เลิกกันเรากลับมาอยู่กับพ่อ..และก็กลับไปทำงานที่เดิม..ทำไปได้สักพักก็เจอกับพ่อของลูกตอนนั้นอายุ18ปี เจอกับพ่อของลูกตอนอายุ18คุยกันคบกันและก็อยู่ด้วยกันตอนนั้นพ่อของลูกเช่าห้องอยู่เราก็ย้ายไปอยู่กับเขาอยู่ด้วยกันแค่1เดือนเราก็ท้องยอมรับว่าลำบากมากนะตอนนั้น...เราทำงานจนเราคลอด..เราคลอดลูกตอนเราอายุ19พอคลอดลูก..ตอนนั้นก็มีพ่อแม่แฟนช่วยเลี้ยงลูกนะเราทำงานกับครอบครัวแฟนที่บ้านแฟนเปิดร้านอาหาร..ลำบากมากยอมรับเลยแต่เราก็อดทนนะ...ระหว่างทางไม่ได้สวยงามเลย..เราไม่รู้จักคำว่าความสุข..ไม่รู้จักคำว่าความรักเรารู้แค่ว่าความรักของเราตอนนั้นคือลูกสาวของเรารู้แค่ว่าต้องทำทุกอย่างเพื่อลูกและตอนนั้นเราเสียสละตัวเองมากๆเลยนะ..ทำงานหนัก..ไม่มีโอกาศได้ไปเที่ยวที่ไหน..จนมามาวันหนึ่งพ่อของเรทรถชนเสียชีวิตครั้งนี้คือการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่สำหรับเรา...และก็ผ่านมาจนมาถึงช่วงโควิดร้านอาหารของครอบครัวแฟนก็ได้ปิดตัวลงเราก็ได้ไปทำงานที่ใหม่เป็นร้านอาหารเหมือนกันแฟนก็มาทำด้วยงานที่ใหม่เจ้านายใจดีมากเขาสร้างห้องให้เราอยู่3คน พ่อ แม่ ลูก เราทำงานที่ใหม่ได้1ปี ย่าเราก็เสียครั้งนี้คือการสูญเสียครั้งใหญ่และเป็นการสูญเสียที่ใจแตกสลายมากๆ...ย่าเราเสียได้1ปี ลูกสาวเราอายุ9ปี เราตัดสินใจเลิกกับพ่อของลูก เหตุผลมากมายแต่ตอนนั้นพ่อของลูกเอาลูกสาวไปอยู่ด้วยเราก็ยอม..เหตุผลเพราะเราอยากเลิกกับเขาและอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่..เราเลิกกับพ่อของลูก..เรายังทำงานที่เดิม..เราก็ได้เจอ ผช.คนหนึ่งซึ่งพี่สาวเราแนะนำให้รู้จัก เขาเป็นต่างชาติ ตอนนั้นคิดว่าokลองเปิดใจดู แต่เราพูดและฟังภาษาอังกฤษไม่ได้เลยนะตอนนั้น..เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิตเหมือนรีเซทชีวิตใหม่ทั้งหมด
การเล่าเรื่องประสบการณ์ชีวิตแบบนี้ทำให้เรารู้สึกได้ถึงความท้าทายและความอดทนที่ผู้เขียนต้องเผชิญตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นที่เริ่มต้นทำงานและเรียนรู้เรื่องราวของชีวิตด้วยตัวเอง ช่วงวัยนี้เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยการค้นหาตัวตนและการปรับตัว ทั้งการทำงานในโรงงานและตลาด หรือแม้กระทั่งการมีความรักที่ไม่ราบรื่นแต่ก็เป็นบทเรียนสำคัญที่สอนให้เราเข้มแข็งมากขึ้น นอกจากนี้ การย้ายถิ่นฐานไปอยู่บางเสร่และเรียนกศน. ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการพัฒนาตนเองแม้จะเจออุปสรรค การตื่นแต่เช้าไปขายของและการเปลี่ยนงานหลากหลายก็สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดิ้นรนเลี้ยงครอบครัว เมื่อต้องเลี้ยงลูกคนเดียว แม้จะลำบากและแสนเหน็ดเหนื่อย แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือความรักต่อลูกที่เป็นแรงผลักดันสำคัญให้ผู้เขียนไม่ยอมแพ้และยังเดินหน้าต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง ความสูญเสียของพ่อและย่าก็เป็นบททดสอบหนักหน่วงในชีวิต การได้มีเจ้านายที่ใจดีช่วยสร้างห้องให้พักอาศัยพร้อมกับครอบครัว แสดงถึงความเมตตาและความช่วยเหลือกันในยามยาก สิ่งที่น่าสนใจมากคือการเปิดใจหาความรักครั้งใหม่กับชายต่างชาติ ทั้งที่ไม่มีทักษะภาษาอังกฤษ การกล้าก้าวออกจากกรอบเดิมๆ และเริ่มต้นชีวิตใหม่เหมือนรีเซตทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่ผ่านช่วงเวลาลำบากอยากจะพลิกชีวิตให้ดีขึ้น ถ้าท่านใดกำลังเผชิญกับความยากลำบากหรือกำลังมองหาแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของคนอื่น บทความนี้ให้ความรู้สึกแรงกล้าและสอนว่าความรักที่แท้จริงและความสุขบางครั้งก็ต้องสร้างขึ้นจากการเสียสละและความเข้มแข็งภายในตัวเองอย่างแท้จริง
