Overfeeding Part4 :บันทึกเล็กๆที่สำคัญมาก

ขอแนะนำให้แม่ๆ

จดบันทึกการ “กินนม”

“การขับถ่าย” ของลูก

อาจจะเพิ่มความยุ่งยาก

และเสียเวลามากขึ้น

เหนื่อยหน่อยนะ

แต่มีประโยชน์จริงๆ

บันทึกที่แม่ทำทุกวัน

ในช่วงที่ลูกอายุ 3 เดือนแรก

หลังจากที่พบว่าอยู่ในภาวะ overfeeding

1.บันทึกการกินนม

เวลาที่กิน

ปริมาณ

ชนิดนม : นมแม่ หรือนมชง

อาการต่างๆหลังกินนม : แหวะนม

2.บันทึกการอึ

เวลาที่อึ

ลักษณะ : เหลว เป็นน้ำ

สี

ปริมาณ : เยอะ น้อย

3.บันทึกการฉี่

เวลาที่ฉี่

สี

ปริมาณ : เยอะ น้อย

ทั้ง 3 ข้อนี้

แม่บันทึกไว้ในหน้าเดียวกันเลย

ง่ายและสะดวกที่สุด

รูปตัวอย่างคือบันทึกที่ทำจริงๆ

การจดบันทึกสำคัญมาก

ช่วยให้แม่ดูแลลูกได้ดีขึ้น

สังเกตสิ่งผิดปกติได้เร็ว

รู้พฤติกรรมของลูกแม้ว่าจะให้คนอื่นช่วยเลี้ยง

และใช้ตอบคำถามตอนไปพบคุณหมอทุกครั้ง

เคล็ดลับของแม่ **

แม่จะเน้นเรื่องการฉี่

เพราะแสดงถึงปริมาณนมที่ลูกได้รับ

ว่าเพียงพอรึเปล่า

มีปริมาณที่แนะนำในรูป

ว่าฉี่ กี่ครั้ง/วัน จึงจะเหมาะสม

(ที่มา Amarin Baby & kids)

ส่วนการอึ

แม่ไม่ได้กังวลมาก

ขอแค่ลูกอึได้สม่ำเสมอ

ไม่ปวดเบ่ง ท้องเสีย

หรือมีลักษณะผิดปกติก็พอใจแล้ว

(แม่รู้สึกว่าการอึจะขึ้นอยู่กับเด็กแต่ละคน

บางคน วันละ 2-3 ครั้ง

บางคน วันละ 1 ครั้ง

หรือบางคนหลายวันอึครั้งก็อาจจะพบได้)

#Overfeeding #บันทึกลูกน้อย #พัฒนาการลูก #แม่มือใหม่ #เลี้ยงลูกด้วยนมขวด

5/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะแม่มือใหม่ที่เคยเผชิญกับภาวะ overfeeding ของลูกน้อย ช่วงแรกๆ การดูแลเรื่องการกินนมและอุจจาระอาจดูน่าปวดหัวและเสียเวลา แต่การจดบันทึกอย่างละเอียดกลับเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ฉันเข้าใจพฤติกรรมของลูกได้ดีขึ้นมาก ตอนที่ลูกอายุไม่เกิน 3 เดือน ฉันเริ่มบันทึกเวลาการกินนมแต่ละมื้อ รวมถึงปริมาณและชนิดของนม ไม่ว่าจะเป็นนมแม่หรือนมชง การจดอาการแหวะนมหลังกินช่วยเตือนให้ระวังการให้นมเกินกำลังของลูกด้วย นอกจากนี้ การจดบันทึกเวลาการขับถ่ายและลักษณะของอุจจาระ เช่น สี ความเหลวหรือความแข็ง รวมทั้งปริมาณ ทำให้ฉันสังเกตความผิดปกติได้ไวขึ้น ซึ่งสำคัญมากในการป้องกันอาการท้องเสียหรือท้องผูก ส่วนการจดย้ำเรื่องการฉี่ก็เป็นเทคนิคเด็ดที่ช่วยตรวจสอบว่าลูกได้รับน้ำนมเพียงพอหรือไม่ ปริมาณและความถี่การฉี่ที่เหมาะสมบ่งบอกสุขภาพของลูก และช่วยให้ฉันสบายใจว่าการให้นมลูกเป็นไปอย่างถูกต้อง การรวมข้อมูลทั้งสามด้านไว้ในหน้าเดียว ทำให้ฉันสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ง่าย และยังช่วยในการสื่อสารกับคุณหมอเวลาพาลูกไปตรวจสุขภาพ จากประสบการณ์ตรง การจดบันทึกแม้จะดูเหนื่อยในบางครั้ง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือการเข้าใจลูกมากขึ้น ลดความกังวล และช่วยให้ดูแลลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นจริงๆ สำหรับแม่ๆ ที่กำลังเจอปัญหาแบบเดียวกัน ลองจัดตารางการจดบันทึกง่ายๆ เพื่อช่วยติดตามพัฒนาการและสุขภาพของลูกนะคะ คุณจะรู้สึกว่าการเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องยากเกินไปถ้ามีเครื่องมือเล็กๆ อย่างบันทึกนี้อยู่เคียงข้าง

ค้นหา ·
overfeeding เด็กทารก