Automatically translated.View original post

Raise the face of the cow to survive all 3 seasons.

Believe it! Try the planting machine and planting method for more than 2 years... for the "Foliage Anthurium" (Foliage Anthurium) This kind of life is excellent without a closed greenhouse. It can flower and stick to normal results. The roots never rot, even if the roots soak 100% water in every season.

Invest a single planting machine for many years, almost no need to change the planting machine, except when moving the size of the pot according to the size of the tree. Air can be inserted between the places of the planting machine that does not use any soil. A simple but effective method may be called semi-hydroponics or closed-system planting with moisture control. Just add water, no coconut claws, no fungal problems in the rainy season, and no gangrene or rot.

# Leaf cow face # Anthurium # AnthuriumLover

3/10 Edited to

... Read moreหลายคนที่เริ่มเลี้ยง “หน้าวัวใบ/ต้นหน้าวัวใบ” มักเจอปัญหาเดิมๆ คือหน้าฝนรากเน่า หน้าร้อนแห้งไว หน้าหนาวโตช้า เลยอยากมาเติมรายละเอียดจากประสบการณ์ส่วนตัวให้เอาไปปรับใช้ได้จริง โดยเฉพาะสายที่อยากเลี้ยงแบบกึ่งไฮโดร (Semi-Hydroponics) แบบไม่ต้องมีโรงเรือน 1) เลือกภาชนะให้เหมาะกับกึ่งไฮโดร ฉันชอบใช้กระถาง/แก้วที่มี “ชั้นน้ำสำรอง” ด้านล่าง หรือใส่กระถางรูในลงกระถางทึบอีกชั้น วิธีนี้คุมระดับน้ำง่ายมาก หลักคือมีน้ำค้างก้นไว้เล็กน้อยให้รากดูดเอง แต่ไม่ให้ท่วมโคนต้นตลอดเวลา ถ้าเพิ่งย้ายปลูก แนะนำเริ่มระดับน้ำต่ำๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มเมื่อเห็นว่ารากเดินและต้นปรับตัวได้ 2) เครื่องปลูกแบบไม่ใช้ดิน เน้นโปร่งและนิ่ง หัวใจของการเลี้ยงหน้าวัวใบให้รอดทั้ง 3 ฤดูคือ “โปร่ง + อากาศเข้าได้” เพื่อให้รากไม่อับ ฉันเลี่ยงวัสดุที่ยุบตัวง่ายหรืออมเชื้อราหน้าฝน แล้วเลือกวัสดุเม็ด/ก้อนที่มีช่องอากาศ เช่น ดินเผาเม็ด (LECA) หินภูเขาไฟ พัมมิซ หรือผสมให้มีหลายขนาดเพื่อให้ช่องว่างพอดี ข้อดีคือใช้ได้นาน ไม่ค่อยต้องเปลี่ยน ยกเว้นตอนขยับกระถางตามทรงต้น 3) การเติมน้ำและปุ๋ย (ทำให้ง่ายที่สุด) ในระบบกึ่งไฮโดร ฉันใช้วิธี “เติมเมื่อใกล้แห้ง” มากกว่ารดทุกวัน สังเกตระดับน้ำสำรอง ถ้าหมดค่อยเติม และเดือนละครั้งจะล้างผ่าน/ถ่ายน้ำทิ้งเพื่อกันคราบสะสม ถ้าจะให้โตสวย ใส่ปุ๋ยน้ำแบบเจือจางมากๆ (ครึ่งหรือหนึ่งในสี่ของฉลาก) สลับกับน้ำเปล่า ช่วงหน้าร้อนอาจต้องเติมบ่อยขึ้น ส่วนหน้าฝนระวังน้ำล้นจากฝนสาด 4) แสง อากาศ และตำแหน่งวาง หน้าวัวใบชอบแสงรำไร ถ้าโดนแดดตรงใบจะซีดหรือไหม้ ฉันวางให้โดนแสงเช้า/แสงกรองหลังม่าน หรือใต้สแลน ลมถ่ายเทช่วยลดเชื้อราได้เยอะ โดยเฉพาะฤดูฝน 5) สัญญาณเตือนที่ควรเช็ก - ใบเหลืองนิ่มๆ พร้อมโคนช้ำ: มักมาจากน้ำขังสูงเกิน/อากาศไม่พอ - ใบตก เหี่ยวแต่เครื่องปลูกชื้น: ตรวจราก อาจเริ่มเน่า - ใบไหม้เป็นปื้น: แสงแรงเกิน ปรับทีละอย่างจะหาสาเหตุได้ง่ายกว่าปรับพร้อมกัน ถ้าตั้งระบบกึ่งไฮโดรให้ลงตัวแล้ว “ต้นหน้าวัวใบ” จะเลี้ยงค่อนข้างสบายมาก รากเดินดี ไม่ค่อยเน่า และผ่านหน้าฝนได้ง่ายขึ้นแบบรู้สึกได้จริง