สัมภาษณ์คนต่างด้าว EP7(6)
“สวัสดีค่ะ ฉันเป็นคนพม่า มาจากรัฐมอญหรือชาวมอญที่คนไทยชอบเรียกกัน ฉันเข้ามาทำงานเป็นแม่บ้านในประเทศไทยได้6-7เดือนแล้วค่ะ “
”ก็ทำเรื่องถูกต้องตามกฎหมายเลยค่ะ เจ้านายใจดีมากๆ ในการทำเรื่องต่างๆในถูก“
”สังคมที่ทำงานดีมากค่ะ ทุกคนช่วยกันสอนฉันในหลายอย่างที่ฉันไม่รู้ คอยบอกเสมอ“
“ ฉันชอบทาทานาคาที่หน้าค่ะ เย็นสบายดีสาวๆที่บ้านเกิดฉันก็มักจะทาประจำค่ะทาแล้วเพิ่มสเน่ห์ (หัวเราะ)“
หลักสัญชาติ (Nationality Principle)
จากข้อเท็จจริงที่กล่าวว่า “ฉันเป็นคนพม่า มาจากรัฐมอญหรือชาวมอญที่คนไทยชอบเรียกกัน” บุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวพันกับประเทศเมียนมาในด้านสัญชาติ ส่วนคำว่า “ชาวมอญ” เป็นการแสดงถึงอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ ไม่ใช่สัญชาติ ดังนั้น ในทางกฎหมายควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง สัญชาติเมียนมา กับ ชาติพันธุ์มอญ
เมื่อบุคคลดังกล่าวยังคงมีสัญชาติเมียนมา รัฐเมียนมาจึงเป็นรัฐเจ้าของสัญชาติของบุคคลนั้น ขณะเดียวกัน การที่บุคคลดังกล่าวเดินทางเข้ามาพำนักและทำงานในประเทศไทย ทำให้เกิดความสัมพันธ์ทางกฎหมายกับประเทศไทยในฐานะรัฐเจ้าของดินแดนด้วย
หลักดินแดนและเ ขตอำนาจรัฐ (Territorial Principle)
จากข้อเท็จจริงว่า “เข้ามาทำงานเป็นแม่บ้านในประเทศไทยได้ 6–7 เดือนแล้ว” แสดงว่าบุคคลดังกล่าวได้เข้ามาอยู่และทำงานภายในดินแดนของประเทศไทย ดังนั้นประเทศไทยย่อมมีเขตอำนาจเหนือบุคคลดังกล่าวตามหลักดินแดน ภายใต้กฎหมายไทยและพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่
กล่าวได้ว่า แม้บุคคลดังกล่าวจะเป็นคนสัญชาติเมียนมา แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในประเทศไทย เธอย่อมต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทย โดยเฉพาะกฎหมายเกี่ยวกับการเข้าเมืองและการทำงานของคนต่างด้าว
การเข้าเมืองและการทำงานโดยชอบด้วยกฎหมาย
ข้อเท็จจริงที่ว่า “ก็ทำเรื่องถูกต้องตามกฎหมายเลยค่ะ เจ้านายใจดีมาก ๆ ในการทำเรื่องต่าง ๆ ให้” แสดงให้เห็นว่า นายจ้างได้ช่วยดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารที่จำเป็นเพื่ อให้บุคคลดังกล่าวสามารถเข้ามาและทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
จึงสามารถเชื่อมโยงกับหลักการใช้อำนาจของรัฐเหนือคนต่างด้าวได้ว่า ประเทศไทยมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขในการอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามา พำนัก และทำงานในประเทศ และเมื่อบุคคลดังกล่าวได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง เธอก็สามารถดำรงชีวิตและทำงานภายใต้กรอบกฎหมายไทยได้
หลักการไม่เลือกปฏิบัติและการคุ้มครองแรงงาน
จากข้อเท็จจริงว่า “สังคมที่ทำงานดีมากค่ะ ทุกคนช่วยกันสอนฉันในหลายอย่างที่ฉันไม่รู้ คอยบอกเสมอ” สามารถนำมาเชื่อมกับหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศได้
แม้บุคคลดังกล่าวจะเป็นแรงงานต่างชาติ แต่การเป็นคนต่างชาติไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแร งงานและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง การที่เพื่อนร่วมงานให้ความช่วยเหลือและสอนงานจึงสะท้อนถึงสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เอื้อต่อการปฏิบัติต่อแรงงานโดยเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
หลักภูมิลำเนาและถิ่นที่อยู่
จากข้อเท็จจริงว่า “มาจากรัฐมอญ” และปัจจุบัน “เข้ามาทำงานในประเทศไทยได้ 6–7 เดือนแล้ว” สามารถแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างถิ่นที่อยู่เดิมกับถิ่นที่อยู่ปัจจุบันได้อย่างชัดเจน
ข้อเท็จจริงที่ว่า “ฉันชอบทาทานาคาที่หน้าค่ะ เย็นสบายดี สาว ๆ ที่บ้านเกิดฉันก็มักจะทาประจำค่ะ ทาแล้วเพิ่มเสน่ห์” ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางกฎหมายโดยตรง แต่สามารถใช้ประกอบการอธิบายเรื่อง อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ของชาวมอญ/เมียนมา ได้
อาทิเช่น (การใช้ทานาคาเป็นสิ่งที่สะท้อนถึง วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของบุคคล แต่ไม่ควรนำไปสรุปว่าเป็นหลักฐานยืนยัน “สัญชาติ” เพราะวัฒนธรรมกับสัญชาติเป็นคนละเรื่องกัน)
สรุปการปรับใช้กับกรณีนี้
บุคคลสัญชาติเมียนมา
↓ หลักสัญชาติ
รัฐเมียนมา — รัฐเจ้าของสัญชาติ
↓ เดินทางเข้าประเทศ
ประเทศไทย — รัฐเจ้าของดินแดน
↓ หลักดินแดน/เขตอำนาจรัฐ
ทำงานเป็นแม่บ้านอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
↓
ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทยและมาตรฐานสิทธิมนุษยชน/แรงงานระหว่างประเทศ






