2/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลังจากได้ยินคำว่า “ควายเผือก” บ่อยขึ้น ฉันเลยลองหาข้อมูลดูว่าจริง ๆ แล้วในความเชื่อไทยเขามองควายเผือกยังไง บางคนเชื่อว่าเป็นสัตว์มงคล หายาก เป็นสัญลักษณ์ของบุญวาสนาและความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะในชุมชนเกษตรกรรมที่ผูกชีวิตกับท้องนา ควายไม่ใช่แค่สัตว์ทำงาน แต่เป็นเหมือนสมาชิกในบ้าน พอเป็น “เผือก” (สีอ่อนผิดจากทั่วไป) ก็เลยถูกเล่าเป็นเรื่องพิเศษมากขึ้น แต่สิ่งที่ฉันได้จากการคุยกับผู้ใหญ่คือ “ความเชื่อ” มักไม่ได้แปลว่าต้องงมงายเสมอไป บางบ้านมองควายเผือกเป็นเครื่องเตือนใจให้ทำดี ดูแลชีวิตให้เรียบร้อย เพราะของหายากจะอยู่ได้ก็ต้องรักษา เหมือนเราได้ของมีค่า ก็ต้องรับผิดชอบให้มากขึ้น ไม่ใช่ได้มาแล้วคาดหวังแต่โชคโดยไม่ลงมือทำอะไร อีกมุมหนึ่งก็มีคนที่ไม่เชื่อหรือเฉย ๆ ซึ่งฉันว่าไม่ผิดเลย ความเชื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคล สำคัญคือเราตีความแล้วใช้มันไปในทางที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น เช่น เอาเรื่องควายเผือกมาเป็นแรงบันดาลใจให้ขยัน ทำมาหากิน ซื่อสัตย์ ไม่เอาเปรียบใคร แบบนี้ฉันรู้สึกว่า “มงคล” เกิดขึ้นจริงจากการกระทำของเราเอง พอฟังเพลง “ถ้าเอ็งมองข้าว่าหัวข้าล้าสมัย” แล้วมันดันเข้ากับความคิดนี้มาก เนื้อเพลงให้อารมณ์คนบ้าน ๆ ลูกทุ่ง ๆ ที่ยอมรับตัวเองแบบตรงไปตรงมา ประโยคประมาณว่า ถ้าเอ็งคิดว่าข้าล้าสมัยก็ไม่เป็นไร ข้ายังเป็นแบบของข้าได้ มันทำให้ฉันนึกถึงวันที่เราพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ถูกใจคนอื่น จนเหนื่อย แล้วสุดท้ายก็กลับมาถามว่า “สุดที่เอ็งทนได้” นี่คือเราควรทนเพื่อใครกันแน่ สิ่งที่ฉันได้คือ บางครั้งความสุขไม่ใช่การได้รับการยอมรับจากทุกคน แต่คือการอยู่กับตัวเองให้เป็น ไม่ต้องฝืนเป็นคนอื่น ต่อให้ใครจะมองว่าเชย หรือไม่อินกับสิ่งที่เราชอบ เราก็ไม่จำเป็นต้องเกลียดตัวเองตามคำพูดนั้น “เอ็งจะเกลียดข้าไม่ว่าสักน้อย” มันเหมือนบอกว่า ความรักตัวเองไม่ควรถูกต่อรอง ถ้าใครกำลังสนใจเรื่องควายเผือกในความเชื่อไทย หรือบังเอิญสะดุดกับเพลงนี้เหมือนกัน ลองใช้มันเป็นบทสนทนากับใจตัวเองดูค่ะ ว่าเรากำลังพยายามเป็นคนที่คนอื่นอยากให้เป็น หรือกำลังเป็นคนที่ตัวเองอยู่ด้วยแล้วสบายใจจริง ๆ