♟️ ว่าด้วยวาทกรรม “ลองถอนตัวดูสิ” กับหมากกลของบ่างช่างยุ

คำกล่าวที่ว่า "คุณอนุทินถอนตัวจากรัฐบาลแพทองธารไงคะ ถึงนำมาสู่ความล่มสลาย... ถ้ารอบนี้เพื่อไทยลองถอนตัว แล้วเดี๋ยวเราจะรู้ว่าจัดตั้งรัฐบาลแข่งได้หรือเปล่า" กลายเป็นวาทกรรมทางการเมืองที่ถูกจุดขึ้นมากลางวง นี่คือข้อเสนอที่สะท้อนความตื้นเขินและมองข้ามสัจธรรมบนกระดานอำนาจไปอย่างสิ้นเชิง

🧩 ตัวตายตัวแทน: รอยร้าวลวงตาในระบบนิเวศการเมือง

การยุให้พรรคเพื่อไทยถอนตัว เป็นเพียงไพ่ลวงตาที่ปราศจากผลลัพธ์ในโลกแห่งความเป็นจริง หากเพื่อไทยตัดสินใจทิ้งไพ่ใบนี้และเดินออกจากสมการ รัฐบาลจะไม่ได้ล่มสลายในชั่วข้ามคืน แต่พรรคกล้าธรรมที่รอจังหวะอยู่หลังฉากจะเสียบสลับเข้ามาเป็น “อะไหล่ชิ้นใหม่” ขับเคลื่อนเครื่องยนต์อำนาจต่อไปทันที หลายคนอาจหลงเชื่อละครหน้าม่านว่ากล้าธรรมกับภูมิใจไทยแตกหักกันชนิดไม่เผาผี แต่ในเชิงโครงสร้าง การที่กล้าธรรมต้องไปนั่งเก้าอี้ฝ่ายค้านในวันนี้ เป็นเพียงการ “ลงโทษ” ทางยุทธศาสตร์จากการผิดสัญญากันในสมรภูมิเลือกตั้งหนก่อน สายสัมพันธ์และผลประโยชน์ยังคงถักทออยู่หลังม่าน หากมีการขยับตัว โครงสร้างอำนาจเดิมก็จะยังคงเดินหน้าต่อไปโดยแทบไม่สะดุด

⚖️ มายาคติ “อำนาจกระดานหก” ในดงรัฐพันลึก

ความผิดพลาดซ้ำซากของพรรคส้ม คือการสมาทานทฤษฎี “อำนาจกระดานหก” อย่างฝังหัว พวกเขาเชื่อเป็นตุเป็นตะว่าหากออกแรงกดขั้วหนึ่งให้กระดก อำนาจเบ็ดเสร็จจะเทไหลมาฝั่งตนราวกับแรงโน้มถ่วง ทั้งที่ปากก็พร่ำบอกสังคมอยู่เสมอว่าการเมืองไทยถูกครอบงำด้วย “รัฐพันลึก” ในความเป็นจริง โครงสร้างนี้มีลักษณะคล้ายรากไทรที่สลับซับซ้อน การพลิกขั้วไม่ได้ทำให้อำนาจหกคะเมนตีลังกาไปหาใครอย่างสมบูรณ์ แต่ระบบจะขยับตัว ถ่ายเทน้ำหนัก และจัดระเบียบตัวเองใหม่จนกว่าจะพบจุดสมดุลที่ทุกเครือข่ายอำนาจพอใจ...

🗳️ วุฒิภาวะทางการเมือง: ปล่อยให้เวลาและประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

การเมืองคือเครื่องมือในการเข้าสู่อำนาจ แต่การบริหารประเทศไม่จำเป็นต้องเอาการเมืองมาเดินนำหน้าตลอดเวลา ในเมื่อวันนี้ขั้วสีน้ำเงินได้รับฉันทานุมัติผ่านกลไกสภา ก็ควรปล่อยให้พวกเขาบริหารประเทศไปตามวาระ ควบคู่ไปกับกระบวนการทางกฎหมายที่ต้องใช้เวลาบ่มเพาะ การรอให้ผลลัพธ์ของคดีความสุกงอมตามธรรมชาติ แล้วให้ประชาชนใช้ข้อมูลทั้งหมดพิพากษาในคูหาเลือกตั้ง ย่อมเป็นวิถีทางที่สง่างามและยั่งยืนกว่าการเล่นแร่แปรธาตุ หาวิธีพลิกขั้วไปมา ซึ่งท้ายที่สุดก็อาจรังแต่จะซ้ำรอยประวัติศาสตร์ ที่พรรคส้มเองเคยเปิดทางให้อนุทินก้าวขึ้นเป็นนายกฯ เสียงข้างน้อยมาแล้วในรอบแรก...

🎭 วาระซ่อนเร้นของ “บ่างช่างยุ” และบทสรุปของความโดดเดี่ยว

เมื่อมองพฤติกรรมภาพรวม การเดินเกมคู่ขนานของแม่นางช่อที่ท้าทายให้เพื่อไทยถอนตัว ประสานเสียงกับอิตาวิโรจน์ที่วิงวอนให้เพื่อไทยร่วมชนกับ สว. นี่คือขบวนการตีกรอบความนึกคิดของสังคม เพื่อสร้างภาพจำใหม่ว่า “เพื่อไทยคือไม้ค้ำยันอันใหม่ของระบอบสีน้ำเงิน” โดยหวังจะล้างภาพจำในอดีตที่พวกตนก็เคยสวมบทไม้ค้ำยันนี้มาก่อน พฤติกรรมอ้อนวอนขอความเห็นใจสลับกับการสาดโคลนป้ายสี การขอโทษซั่วๆและยอมรับผิดแบบส่งๆ คือกระจกสะท้อนความไร้สัจจะในหมู่มิตร นี่คือคำตอบที่อธิบายได้อย่างหมดจด ว่าเหตุใดแนวทางเช่นนี้จึงนำพรรคส้มไปสู่ความโดดเดี่ยว และกลายเป็นตัวแปรที่ไม่มีใครอยากจับมือด้วยในโลกการเมืองที่แท้จริง...

บทความโดย #มนุษย์แบตเสื่อม

9/9 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะที่ติดตามสถานการณ์การเมืองไทยมาอย่างใกล้ชิด ผมพบว่าการยั่วยุให้พรรคเพื่อไทยถอนตัวนั้น เป็นกลยุทธ์ที่มักถูกใช้เพื่อทดสอบขีดจำกัดของฝ่ายตรงข้ามในการเมือง นี่ไม่ใช่แค่การชักใยเล่นเกมอำนาจเท่านั้น แต่ยังสะท้อนการใช้ "หมากกล" ที่แม้จะดูเหมือนตรงไปตรงมาแต่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของระบบอำนาจพันลึก ผมเคยเห็นหลายครั้งที่พรรคการเมืองถูกผลักดันให้ออกจากสมการทางการเมือง เพื่อเปิดช่องให้ฝ่ายอื่นมายึดอำนาจแทน แต่ความจริงคือโครงข่ายผลประโยชน์และสายสัมพันธ์ในระบบการเมืองไทยมิได้สะดุดง่าย ๆ แม้จะมีการถอนตัวหรือเลิกร่วมมือกัน เช่นเดียวกับที่บทความกล่าวถึง พรรคกล้าธรรมยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะ “อะไหล่” ที่พร้อมเข้ามาแทนที่ฝ่ายต้นทางเสมอ หากมีช่องว่างเกิดขึ้น สิ่งที่ผมเห็นว่าสำคัญคือการรับรู้ว่า การเปลี่ยนแปลงในระบบการเมืองไทยไม่ได้เกิดขึ้นรวดเร็วตามวาทกรรม แต่เป็นการถ่ายเทและปรับสมดุลกันของเครือข่ายอำนาจต่างๆ ที่สลับซับซ้อนเหมือนรากไทรใหญ่ การเล่นเกมทางการเมืองจึงจำเป็นต้องมีความอดทนและมองภาพรวมของระบบอย่างรอบด้าน นอกจากนี้ เมื่อดูจากพฤติกรรมของตัวแทนพรรคการเมือง เช่น การขอโทษไปมา สาดโคลนป้ายสี และการประสานเสียงที่ดูเหมือนขัดแย้งกัน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอน และการสร้างภาพลักษณ์ใหม่เพื่อเล่นเกมฝ่ายเดียวกันหรือต่อสาธารณะชน การเคลื่อนไหวทางการเมืองจึงไม่ใช่เรื่องของความบริสุทธิ์ใจหรืออุดมการณ์อย่างเดียว แต่เป็นการบริหารจัดการความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างผู้มีอำนาจ จากประสบการณ์ส่วนตัว สิ่งที่ผมมองว่าเป็นแสงสว่างคือการปล่อยให้ประชาชนและกระบวนการเลือกตั้งตัดสินผลประโยชน์ทางการเมือง ยิ่งในสถานการณ์ที่มีกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายคอยตรวจสอบอยู่ การเมืองควรเดินหน้าไปตามวุฒิภาวะทางการเมือง เหนือกว่าเกมหมากรุกชั่วคราว และสร้างระบบที่มั่นคงยั่งยืนมากขึ้นสำหรับอนาคตประเทศ

3 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Thana Chancharoen
Thana Chancharoen

ไอ้พวก ล้มชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไอ้พวก ดูถูกด้อยค่าทหารไทย ทหารชาติตัวเอง ไอ้พวก แบ่งแยกดินแดน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไอ้พวกหนักแผ่นดินไทย มีมึงเอาไว้ทำไม ไอ้พวกรกชาติรกแผ่นดิน

รูปภาพของ Freda Lee
Freda Lee

เป็นรัฐบาลที่ส้มตั้งมาเองแท้ๆ

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม