วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ

สถานที่สำหรับชาร์จแบตของเราโดยเฉพาะเลย

🚅 bts สะพานตากสิน ->🚤 เรือโดยสาร จากสาทร ไปลงท่าช้าง ->🛶 เรือข้ามฟากไปวัดระฆัง เดินทางสบายมากจ้า

สักการะ "พระประธานยิ้มรับฟ้า" เชื่อกันว่าขอพรเรื่องความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานและคู่รักได้ดี

ซึ่งมีคำกล่าวขาน: พระราชดำรัสรัชกาลที่ 5 "ไปวัดไหนไม่เหมือนมาวัดระฆัง พอเข้าประตูโบสถ์พระประธานยิ้มรับฟ้าทุกที"

ที่ขาดไม่ได้ คือ กราบสักการะรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ และสวดคาถาชินบัญชร

และครั้งนี้เราต้องใจมาถวายชุดบูชาธูปเทียน พร้อมแผ่นทอง ซึ่งสามารถติดต่อกับท่านแม่ชีที่นั่งประจำชุดของบูชาได้เลย

สุดท้ายนี้ ขอให้เรา และผู้ที่ผ่านมาเห็นโพสต์นี้สุขสมหวังทุกประการด้วยเถิด 🙏🙏🙏

1/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อได้ไปเยือนวัดระฆังโฆสิตารามจริง ๆ แล้ว ผมรู้สึกว่าวัดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้จิตใจของเรารู้สึกสงบและได้รับพลังบวกอย่างแท้จริง การเดินทางไปยังวัดระฆังนั้นสะดวกมาก โดยเฉพาะถ้าใช้บริการ BTS ลงที่สถานีสะพานตากสิน แล้วต่อเรือโดยสารจากท่าสาทรไปยังท่าช้าง จากนั้นต่อเรือข้ามฟากอีกนิดเดียวก็ถึงวัดระฆังแล้ว การใช้เรือโดยสารทำให้รู้สึกเหมือนได้พักผ่อนและชาร์จพลังระหว่างทางด้วยวิวแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเข้าไปในวัด สิ่งที่ดึงดูดใจที่สุดคือ "พระประธานยิ้มรับฟ้า" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะสง่างามและมีรอยยิ้มประทับใจ สำหรับคนไทยแล้วเชื่อว่าการสักการะพระประธานนี้ช่วยส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานและเรื่องความรักได้อย่างดี นอกจากนี้การกราบสักการะรูปหล่อสมเด็จพระพุทธาจารย์โต พรหมรังสี และการสวดคาถาชินบัญชร ถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่ไม่ควรพลาด เพราะช่วยเสริมบารมีและความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตของเรา อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ผมประทับใจคือ การถวายชุดบูชาธูปเทียนพร้อมแผ่นทอง ซึ่งสามารถติดต่อกับแม่ชีประจำชุดได้โดยตรง ทำให้การบูชามีความต่อเนื่องและรู้สึกใกล้ชิดกับศาสนาอย่างแท้จริง บรรยากาศในวัดระฆังนั้นเงียบสงบและเต็มไปด้วยความศรัทธาของผู้คนที่มาสักการะ ทำให้รู้สึกเหมือนได้เติมพลังใจและแรงบันดาลใจกลับไปในชีวิตประจำวันจริง ๆ สำหรับใครที่อยากหาเวลาชาร์จแบตใจและหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ วัดระฆังเป็นสถานที่ที่ผมอยากแนะนำอย่างยิ่งครับ