Automatically translated.View original post

How to dispose of household waste

2025/8/6 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังหาวิธีกำจัดเศษอาหารในครัวเรือนแบบทำได้จริงที่บ้าน เราใช้ “จุลินทรีย์ EM” ช่วยหมักให้กลายเป็นปุ๋ยหมักและปุ๋ยน้ำหมักค่ะ ข้อดีคือช่วยลดปริมาณขยะเปียก ลดกลิ่นในถัง และได้ของดีไว้บำรุงผักสวนครัวไปพร้อมกัน 1) แยกเศษอาหารตั้งแต่ต้นทาง เราแยกเฉพาะเศษผัก ผลไม้ เปลือกไข่ กากกาแฟ ข้าว/กับข้าวที่ไม่มันมาก จะหมักง่ายและกลิ่นน้อยกว่า ส่วนกระดูก เนื้อสัตว์ ของทอด ของมันจัด หรืออาหารเค็มจัด เราจะเลี่ยงใส่เยอะ เพราะหมักยากและเสี่ยงเหม็นค่ะ 2) เตรียมภาชนะและวัสดุแห้งกันเหม็น ใช้ถังมีฝาปิด หรือถังหมักที่มีฝาแน่นๆ (กันแมลง) แล้วเตรียม “วัสดุแห้ง” ไว้โรยสลับชั้น เช่น ใบไม้แห้ง แกลบ รำข้าว ขุยมะพร้าว หรือกระดาษทิชชู่/กระดาษไม่เคลือบฉีกชิ้นเล็กๆ เทคนิคนี้ช่วยดูดความชื้น ทำให้ถังไม่แฉะและกลิ่นไม่แรง 3) วิธีใส่ EM ให้ได้ผล ทุกครั้งที่เทเศษอาหารลงถัง เราจะราด/พรม EM (แบบน้ำ) บางๆ แล้วตามด้วยวัสดุแห้งปิดหน้าอีกชั้น จากนั้นปิดฝาทันที พยายามไม่เปิดบ่อยเกินไป เพื่อรักษาสภาพการหมักและลดแมลงวันค่ะ (ถ้ามีหัวเชื้อ EM และกากน้ำตาลอยู่แล้ว ก็ผสมน้ำตามสัดส่วนที่ใช้ประจำบ้าน แล้วใส่ขวดสเปรย์ไว้พรมได้สะดวก) 4) คุมความชื้น = คุมกลิ่น ถ้าเริ่มมีกลิ่นเปรี้ยวอ่อนๆ ถือว่าปกติ แต่ถ้าเหม็นเน่าชัด แปลว่าชื้นเกิน/อากาศเข้าเยอะ ให้เติมวัสดุแห้งเพิ่มและพรม EM อีกนิด แล้วปิดฝาให้แน่นค่ะ 5) ได้ปุ๋ยหมักและปุ๋ยน้ำหมักเอาไปใช้ยังไง เมื่อหมักจนเนื้อเริ่มยุบและไม่มีกลิ่นเหม็น เราจะนำไปทำปุ๋ยหมักต่อโดยคลุกกับดิน/ใบไม้แห้งแล้วพักให้ย่อยสลายอีกระยะ ก่อนนำไปใส่โคนต้นไม้ ส่วน “ปุ๋ยน้ำหมัก” หรือของเหลวที่ได้จากการหมัก เราจะเจือจางก่อนใช้เสมอ แล้วค่อยราดรดผักสวนครัวหรือไม้กระถาง (อย่าใช้เข้มข้นตรงๆ เพราะอาจแรงเกินสำหรับราก) 6) ทริคเล็กๆ ให้ทำต่อเนื่องได้ - หั่นเศษอาหารชิ้นเล็ก จะย่อยเร็วขึ้น - มีถังเล็กในครัวสำหรับรวบรวมรายวัน แล้วค่อยเทลงถังหมักหลัก - ทำป้ายแยก “ใส่ได้/ไม่แนะนำ” ติดไว้ที่ถัง ช่วยให้คนในบ้านทำตามง่าย วิธีนี้สำหรับเราเป็นการกำจัดเศษอาหารที่คุ้มมาก เพราะขยะในบ้านลดลงจริง และพอเอาปุ๋ยหมักไปใช้รดผัก ปลูกผักสวนครัวก็โตงามขึ้นด้วยค่ะ