Automatically translated.View original post

Unique / Unique Hair Treatment‼️

2025/8/31 Edited to

... Read moreถ้าใคร “อยาก” ให้ผมที่แห้งเสียจากการทำเคมีกลับมานุ่มเงาแบบเห็นผลไวขึ้น เราแนะนำให้โฟกัส 2 เรื่องคือ “ขั้นตอน” และ “การเลือกทรีทเม้นท์ให้เหมาะกับสภาพผม” ค่ะ เพราะหลายคนใช้ของดีแต่ใช้ไม่ถูกจังหวะ ผลเลยไม่สุด 1) ทำไมต้องลงออยล์ก่อนทรีทเม้นท์? ส่วนตัวเรารู้สึกว่าออยล์ (เช่น เบบี้ออยล์ Johnson’s หรือออยล์บำรุงผมที่มีอยู่) ช่วยเคลือบเส้นผม ลดความสาก และทำให้ตอนลงทรีทเม้นท์มันลื่นขึ้น เนื้อทรีทเม้นท์เกาะผมได้ดี เวลาโดนแชมพูชะล้างก็ไม่หลุดหายหมดค่ะ แต่ต้อง “ลงบางๆ” โดยเน้นช่วงกลางผมถึงปลายผม เลี่ยงโคน ไม่งั้นอาจมันไว 2) ทริคหมัก 15–20 นาทีให้คุ้มกว่าเดิม - บีบน้ำออกจากผมก่อนลงทรีทเม้นท์ (ผมไม่เปียกโชก) ทรีทเม้นท์จะไม่ถูกน้ำเจือจาง - หลังลงทรีทเม้นท์ ใช้กิ๊บรวบแล้วคลุมด้วยหมวกอาบน้ำ/ผ้าขนหนูอุ่นๆ ช่วยให้ผมนิ่มขึ้นเหมือนได้อบไอน้ำเบาๆ - ถ้าวันไหนผมพังหนักจากการฟอกสี เพิ่มเวลาเป็น 20 นาทีได้ แต่ไม่จำเป็นต้องนานกว่านั้นค่ะ 3) เลือกทรีทเม้นท์ยังไงให้เหมาะ จากที่ลองสลับใช้หลายแบบ แนวทางคร่าวๆ คือ - ผมแห้งมาก ชี้ฟู: เลือกสูตรเข้มข้น/สายเคราติน เช่น VITA-KERATIN SALON DAILY TREATMENT จะให้ความลื่นและดูเรียงเส้น - ผมทำสีบ่อย แต่อยากนุ่มธรรมชาติ: สาย Lolane Natura Hair Treatment ก็ใช้ได้ดี ให้ฟีลนุ่มแบบไม่หนัก - ผมเสียสะสม ปลายแตก: สูตรที่มี AHA อย่าง Caring Treatment AHA Formula บางคนชอบเพราะช่วยให้ผมดูไม่กรอบ แต่แนะนำสังเกตว่าหนังศีรษะแพ้ง่ายไหม - อยากได้ความนุ่มละมุน: ทรีทเม้นท์นมแพะก็เป็นอีกตัวเลือกที่ให้ความชุ่มชื้นดี 4) ความถี่ที่เราใช้แล้วเวิร์ก ถ้าผมเสียหนัก: ทำ 2–3 ครั้ง/สัปดาห์ก่อน แล้วค่อยลดเหลือสัปดาห์ละ 1–2 ครั้งพอ ระหว่างสัปดาห์ใช้ครีมนวดหรือ leave-on เบาๆ ที่ปลายผมช่วยคุมชี้ฟู 5) ข้อควรระวังเล็กๆ - อย่าขยี้ผมแรงตอนสระ/เช็ดผม เพราะผมที่เสียจะขาดง่าย - ใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นอ่อนๆ จะช่วยลดผมแห้ง - ถ้าหมักแล้วผมมันไว ให้ลดปริมาณออยล์หรือหลีกเลี่ยงการลงใกล้โคน ลองทำตามขั้น “ออยล์ + ทรีทเม้นท์ก่อนสระ 15–20 นาที แล้วลงทรีทเม้นท์ซ้ำหลังสระ” สัก 2–3 ครั้งก่อนนะคะ ส่วนตัวเรารู้สึกว่าผมนุ่มขึ้นจริง หวีง่ายขึ้น และปลายผมดูไม่ฟูเท่าเดิมค่ะ