คุณแอน ชิลี (Miss Universe Thailand 2021)
ฝึกการ Strides เพื่อกระตุ้นความเร็ว
และปรับฟอร์มท่าวิ่ง ให้มีประสิทธิภาพ
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
🏃🏽♀️➡️ สอนวิ่ง ปรับท่าวิ่ง + ตารางวิ่งเฉพาะบุคคล 🏃🏾♂️
.
.
หลายคนเห็นคำว่า “Strides” แล้วงงว่าคืออะไร ต่างจากวิ่งเร่ง (สปีด) ยังไง จากประสบการณ์ที่ได้ดู/ได้ทำตามในคลาส แนวคิดของ Strides คือ “เร่งสั้นๆ แบบคุมฟอร์ม” เพื่อปลุกขาและระบบประสาทให้วิ่งได้เร็วขึ้น แต่ไม่ล้าจนเสียคุณภาพการซ้อมวันถัดไป เหมาะมากถ้ากำลังอยากเพิ่มความเร็ว หรืออยากให้ท่าวิ่งดูมีประสิทธิภาพขึ้นแบบแอนชิลี Strides ที่ฉันทำแล้วเวิร์กจะเป็นช่วงสั้นๆ ประมาณ 10 วินาที (บางคนชอบ 15–20 วินาทีได้) เน้นเร่งจากเร็วปานกลางไปใกล้สปีดสูงสุดแบบ “ไม่สุด” ประมาณ 85–95% แล้วค่อยๆ ผ่อน ไม่กระชากตอนออกตัว จุดสำคัญคือฟอร์มต้องนิ่ง: ลำตัวตั้งแต่สะโพกขึ้นไปตรง ผ่อนคลายไหล่ แขนสวิงไปหน้า-หลัง (ไม่แกว่งข้ามลำตัว) และก้าวเท้าลงใต้ลำตัวให้มากที่สุด เพื่อลดการเบรก ตัวอย่างเซ็ตที่มือใหม่ทำได้ง่าย: - วอร์ม 10–15 นาที (จ็อกเบา + ขยับข้อเท้า/สะโพก) - Strides 6–10 รอบ: เร่ง 10 วินาที + พักเดิน/จ็อก 50–90 วินาที - คูลดาวน์ 5–10 นาที ฉันมักทำหลังวัน easy run หรือก่อนวันซ้อมหนัก เพื่อให้ขา “ตื่น” แต่ไม่ทำถี่ทุกวัน สัปดาห์ละ 1–2 ครั้งกำลังดี เรื่อง “เพซ” ที่หลายคนสนใจ (ในภาพจะมีแนวๆ เพซ 2.40–2.45 ช่วงสั้น) อยากบอกว่าตัวเลขเป็นแค่ผลลัพธ์ ไม่ใช่เป้าหมายหลักของ Strides เพราะบางที GPS แกว่งด้วย ระยะสั้นมาก ให้โฟกัสความรู้สึก: เร่งได้ลื่นไหม หายใจยังควบคุมได้ไหม ฟอร์มยังไม่พังไหม ถ้าวิ่งแล้วไหล่เกร็ง ก้าวยาวจนส้นฟาด หรือเริ่มเอนตัวจากเอว แปลว่าเร่งเกินไป ทิปเล็กๆ ที่ช่วยให้ Strides ดีขึ้นแบบเห็นผล: 1) เลือกพื้นเรียบ/ลู่วิ่ง หรือทางยาง จะคุมฟอร์มง่ายกว่า 2) คิดว่า “หมุนขาให้ไว” มากกว่า “ก้าวให้ยาว” 3) พักให้พอ คุณภาพของแต่ละรอบสำคัญกว่าจำนวนรอบ 4) ถ้ามีอาการตึงน่อง/เอ็นร้อยหวาย ให้ลดรอบหรือเพิ่มวอร์ม และหยุดทันทีถ้าเจ็บแปลบ ถ้าเป้าหมายคืออยากวิ่งได้เร็วขึ้นและท่าวิ่งดูสวยขึ้นเหมือนแอนชิลี ลองเริ่มจาก Strides แบบคุมฟอร์มก่อน แล้วค่อยต่อยอดไปซ้อมอินเทอร์วัลหรือเทมโป จะปลอดภัยและพัฒนาได้ต่อเนื่องมากค่ะ





