Automatically translated.View original post

How good you speak, you lose to "people who are voices."

Since V has been on stage for three years,

V noticed that people who speak and want to hear, not because they speak well, but because "they use their voice."

.

Sound is a tool most people never practice.

Both it is free

.

Let's take five sound techniques to practice.

.

1. High-low noise

(High pitch is not a squeaky sound)

The low falsetto from the chest feels convincing.

If you always speak high-pitched, the audience will feel bored, even if the content is fun.

.

2. Self-tone

If you try to bend the voice to be someone else, it will hurt your throat.

Intonation is something that people can recognize us. Therefore, the most common voice must be our voice.

.

3. Loudness-light

Don't talk so simple. Make your voice go up and down like singing.

There are loud, light, whispering, some shouting (don't have to be many)

Because if all sentences sound the same, people will definitely fall out of focus.

.

4. Fast-slow tempo

Speak quickly when excited, and slow down when emphasizing important points.

Will keep people interested in us. Not boring.

Here, a lot of people fall.

.

5. Silence

Don't be afraid to pacing. Two seconds of silence can be louder than 20 sentences.

Silent periods help draw attention and allow the listener's brain to process information.

.

Try to practice together.

2025/12/8 Edited to

... Read moreการพูดเก่งอาจไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้คุณได้รับความสนใจจากผู้ฟัง แต่วิธีการใช้เสียงต่างหากที่เป็นกุญแจสำคัญในการสื่อสารให้น่าฟังและน่าจดจำ เสียงที่ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มพลังให้กับคำพูด สร้างบรรยากาศที่เหมาะสม และเสริมภาพลักษณ์ของผู้พูดให้ดูน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ในบทความนี้เราได้พูดถึง 5 เทคนิคใช้เสียงที่ทุกคนควรฝึกฝน ได้แก่ 1. เสียงสูง–ต่ำ: การใช้น้ำเสียงทุ้มต่ำจากหน้าอกจะช่วยสร้างความรู้สึกมั่นใจและน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ฟัง ในขณะที่การพูดด้วยเสียงสูงอย่างต่อเนื่องอาจทำให้คนฟังรู้สึกเหนื่อยหรือไม่โฟกัส 2. น้ำเสียงที่เป็นตัวเอง: การใช้เสียงตามธรรมชาติโดยไม่พยายามเปลี่ยนแปลงมากเกินไปจะช่วยให้เสียงของคุณฟังดูเป็นเอกลักษณ์ และผู้ฟังสามารถจดจำได้ง่าย เพิ่มความใกล้ชิดและความน่าเชื่อถือ 3. ความดัง-เบา: การปรับความดังของเสียงระหว่างพูดจะช่วยเพิ่มมิติและลูกเล่น ทำให้ผู้ฟังไม่เบื่อ ตัวอย่างเช่น การกระซิบในบางช่วงเวลา จะสร้างความรู้สึกพิเศษหรือความน่าสนใจในเรื่องราว 4. จังหวะเร็ว–ช้า: การพูดอย่างรวดเร็วในบางจุดจะสร้างความตื่นเต้น ขณะที่การลดจังหวะลงในตอนสำคัญจะช่วยให้ผู้ฟังมีเวลาคิดและรับรู้สารที่ต้องการสื่อ พร้อมทั้งช่วยรักษาความสนใจตลอดการพูด 5. ความเงียบ: การเว้นช่วงเงียบระหว่างประโยคไม่ได้เป็นข้อผิดพลาด แต่กลับเป็นการสร้างพื้นที่ให้ผู้ฟังได้ประมวลผลข้อมูลและดึงดูดความสนใจได้ดีขึ้น โดยความเงียบสั้นๆ สองวินาที อาจทรงพลังกว่าการพูดต่อเนื่องหลายประโยค นอกจากนี้ การฝึกฝนการใช้เสียงควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเสียง เช่น การฝึกหายใจลึกและควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมอ จะช่วยให้เสียงของคุณมั่นคงและไม่เหนื่อยง่ายเมื่อพูดนานๆ ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องพูดในที่สาธารณะบ่อยๆ หรือแม้แต่การสนทนาในชีวิตประจำวัน การฝึกใช้เสียงตามเทคนิคเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณดูมีเสน่ห์มากขึ้น แต่ยังช่วยให้สื่อสารได้อย่างมีประสิทธิผลและสร้างความประทับใจอย่างยั่งยืนให้กับผู้ฟัง