ทำประกันแต่ผู้ป่วยนอก opd หรือยกเลิกทำ ipd ไปเลย

เช้านี้รับเอกสารจากลูกค้าคนจีนวัย 28 ปี

เป็นหวัด มีไข้ 🤒

ไปพบแพทย์ รับยากลับบ้าน พักผ่อน 🛌

มีประกันสุขภาพวงเงิน 80 ล้าน

✨ OPD เบิกเคลมได้ตามบิลค่ารักษาจริง

ทั้งค่าพบแพทย์ 💊

ค่ายา 🩺

และค่ารักษาพยาบาล

โดยในส่วน OPD

สามารถเบิกได้ตามจริง สูงสุด 30 ครั้ง

ต่อรอบปีกรมธรรม์ค่ะ 😊

เจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ก็อุ่นใจ

ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายทุกครั้งที่ไปหาหมอ

ประกันมีมาก มีน้อย มีไว้อุ่นใจแน่นอน

#OPD

#IPD

#ประกันสุขภาพ

#Allianz

#Lemon8ฮาวทู

รีวิวความป่วย

😷 เป็นอะไร:

รีวิวหาหมอ

👩🏻⚕️เหมาะสำหรับ:

🧐 รีวิวประสบการณ์:

🩺 การดูแล:

🚫 ข้อห้าม:

📍สถานที่:

🤒 อาการ:

🩺 การรักษา:

🚫 ข้อห้าม:

5/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์จริงที่ได้รับเอกสารจากลูกค้าหนุ่มวัย 28 ปีที่มีประกันสุขภาพวงเงินสูงถึง 80 ล้าน ผมเห็นว่าการทำประกันผู้ป่วยนอก (OPD) มีข้อดีอย่างชัดเจน คือสามารถเคลมค่ารักษาตามบิลจริงได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าพบแพทย์ ค่ายา หรือค่ารักษาพยาบาลอื่น ๆ ที่จำเป็น โดยในแผนประกัน OPD สามารถเบิกค่ารักษาได้สูงสุดถึง 30 ครั้งต่อรอบปีกรมธรรม์ ข้อดีของประกัน OPD คือเหมาะกับคนที่เจ็บป่วยเพียงเล็กน้อย เช่น เป็นหวัด มีไข้ หรือเจ็บปวดเล็กน้อยที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล การมีประกันแบบนี้ช่วยให้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเมื่อไปพบแพทย์ และยังช่วยให้ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องจ่ายเงินเต็มจำนวน อย่างไรก็ตาม การยกเลิกประกันผู้ป่วยใน (IPD) อาจไม่เหมาะสมสำหรับทุกคน เพราะ IPD จะช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายหากต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล เช่น ผ่าตัดหรือเจ็บป่วยรุนแรง ที่ประกัน OPD ไม่สามารถครอบคลุมได้ จากประสบการณ์ส่วนตัวและการพูดคุยกับคนที่มีประกันแบบ OPD พบว่าถ้าคุณมีสุขภาพแข็งแรงและไม่ค่อยเจ็บป่วยหนัก การทำประกัน OPD เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอสำหรับความอุ่นใจ แต่ถ้าคุณต้องการความมั่นคงในกรณีเจ็บป่วยรุนแรงหรืออุบัติเหตุ ควรพิจารณาทำประกันควบคู่ระหว่าง OPD และ IPD สุดท้ายแล้ว การเลือกทำประกันสุขภาพอย่างใดอย่างหนึ่งควรพิจารณาจากไลฟ์สไตล์ ความเสี่ยง และงบประมาณส่วนตัว เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป