Automatically translated.View original post

Know love, know hate

Come Piyehi Sakhi, Opyehi Kutanj.

Piyana, Opyana, Opyana.

Sarma Piyun Gyirath, Piyapayo Hi Papko

The man of the city, the man of the city, the man of the city, the man of the city.

(Khun Phi Paragraph)

Don't take what you love or hate.

I hope you're worried.

Deserted from hope, even more distressed.

Another thing, hatred, suffering in two places.

This reason should be associated with love.

Put the mind as neutral as normal.

Mi hold on to the nest. Calm down.

Let go of this moral path, truly excellent, should walk.

Cr.Jeab Amaraporn

# Trending # Love # Hate # Wisdom # Nitimathy

2/14 Edited to

... Read moreจากบทกลอนโบราณในขุโตปิยวรรคที่กล่าวถึงความทุกข์จากการยึดติดกับรักและชัง ทำให้ผมได้คิดย้อนกลับมาถึงประสบการณ์ส่วนตัวที่พบเจอในชีวิตจริงครับ ในช่วงเวลาที่ผมรักหรือชอบใครสักคนมากๆ ผมมักจะมีความคาดหวังและยึดติดในใจ เมื่อเกิดการพลัดพรากหรือความผิดหวังตามมา มันทำให้ความทุกข์และความเจ็บปวดทวีขึ้นอย่างมาก แต่ในทางตรงกันข้าม เมื่อมีความเกลียดหรือความไม่ชอบเกิดขึ้น ผมก็พบว่าการยึดติดกับความชังนั่นก็สร้างความทุกข์ให้ไม่น้อย เพราะใจเราเองถูกดึงดูดไปกับความโกรธและความไม่พอใจ บทกลอนนี้สอนให้เราวางจิตให้เป็นกลาง หลีกเลี่ยงการผูกมัดกับความรักหรือความชังเกินเหตุ โดยการฝึกปล่อยวาง เปรียบเสมือนการเดินตามเส้นทางธรรมที่สงบและมั่นคง การฝึกลมหายใจหรือการนั่งสมาธิช่วยให้ผมเข้าใจและทำใจให้อยู่ในปัจจุบันมากขึ้น ไม่ยึดติดกับสิ่งที่ทำให้เกิดความทุกข์ใจ สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจและยอมรับว่า ทุกสิ่งในชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง การรักหรือชังไม่ควรเป็นต้นเหตุของความทุกข์จนทำให้จิตใจไม่สงบ การมองเห็นความรักและความชังในมุมมองที่เป็นธรรมมากขึ้น จะนำไปสู่การใช้ชีวิตอย่างมีสติและปัญญา สุดท้าย ผมอยากแนะนำให้ทุกคนลองนำคำสอนในบทกลอนนี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ฝึกปล่อยวางจิตใจจากความยึดมั่นถือมั่น และใช้เวลาทบทวนจิตใจอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มความสงบสุข และเป็นการดูแลจิตใจให้แข็งแรงในระยะยาวครับ