Automatically translated.View original post

🔥 The negative effects of not applying sunscreen 🔥

The picture above is a man who has been driving in the sun on one side for years, a picture from abroad...

The negative effects of not applying sunscreen

1.Aging skin (Photoaging) - UVA Insert deep into the dermis layer, destroy collagen and elastin → withered skin, sagging, wrinkles come quickly

2.Frosted Freckles Dark Spots - UVB Stimulates Excessive Melanin Pigmentation → Not Clear Face Uneven Skin Color

3. Dull skin - A little sun exposure also darkens the skin tone. The face is not bright.

4.Skin cancer risk - prolonged accumulation of UV radiation. Increases long-term risk.

5.Skin thinner and susceptible to irritation - especially people who use skin care exfoliation group (AHA, Retinol), if not sunscreen. Skin breaks easily.

👉 "Apply sunscreen = the cheapest and most rewarding age slowing."

# Skin # Sunny Thailand # Sunscreen # Trending # Facial skin

2025/8/27 Edited to

... Read moreการไม่ทาครีมกันแดดส่งผลกระทบโดยตรงต่อผิวของเราในหลายระดับ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีแสงแดดจ้าและรังสี UV สูง การโดนแดดโดยไม่ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดเป็นบ่อเกิดของปัญหาผิวที่พบได้บ่อย เช่น ผิวแก่ก่อนวัยหรือที่เรียกว่า Photoaging จากการที่รังสี UVA แทรกซึมลึกถึงชั้นหนังแท้ ทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินที่ช่วยให้ผิวคงความยืดหยุ่น เมื่อคอลลาเจนถูกทำลายก็จะทำให้ผิวเหี่ยวและหย่อนคล้อย มีริ้วรอยก่อนวัยอย่างชัดเจน นอกจากนี้ รังสี UVB ก็มีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ เพราะมันกระตุ้นเม็ดสีเมลานินให้ผลิตมากเกินไป ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอและหน้าไม่สดใสขึ้น ผิวหมองคล้ำเกิดได้ง่ายหากไม่ได้ป้องกัน ยังเพิ่มความเสี่ยงอย่างมากในการเกิดมะเร็งผิวหนัง เนื่องจากรังสี UV สะสมในผิวหนังนานครั้งส่งผลลบต่อเซลล์ผิว สำหรับผู้ที่ใช้สกินแคร์กลุ่มผลัดเซลล์ผิวอย่าง AHA และ Retinol แล้วไม่ใช้ครีมกันแดด ผิวจะเกิดความไวต่อการระคายเคืองและผิวบางลง ทำให้เกิดอาการแพ้หรือผิวพังได้ง่าย โดยเฉพาะในเมืองไทยที่มีแดดแรงตลอดปี การเลือกใช้ครีมกันแดดที่ปกป้องได้ทั้งรังสี UVA และ UVB อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมปรับให้เหมาะกับสภาพผิวและกิจกรรมประจำวันเป็นสิ่งสำคัญ ควรทาครีมกันแดดในปริมาณที่เพียงพอทุกครั้งก่อนออกจากบ้านและทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมงในวันที่ต้องอยู่นอกบ้านนาน ๆ รวมถึงเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA เหมาะสมกับกิจกรรม เพื่อให้การปกป้องผิวมีประสิทธิภาพสูงสุด การทาครีมกันแดดจึงไม่ใช่เพียงแค่การทำให้ผิวไม่เสียสีหรือหมองคล้ำเท่านั้น แต่คือการลงทุนชะลอวัยผิวและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายที่เกิดจากมลพิษแสงแดดในประเทศไทยได้อย่างคุ้มค่า และยังช่วยรักษาคุณภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์ สม่ำเสมอ และสุขภาพดีอย่างยั่งยืน