Automatically translated.View original post

It's okay. It's safe. It's baby.✨

"I gave myself some first today."

Today will crystallize 11 ideas from the book "The Hight 5 Habit / It's Alright, Safe, Beloved of Mel Robbins" that I don't think I'll finish reading.

.

1. See the importance and encourage yourself first.

.

2. The relationship we have with Tang ourselves is the foundation of good relationships with other people in life.

.

3. What best predicts our happiness and satisfaction is self-acceptance.

.

4. We need to practice some new habits if we want to make life different.

.

5. If we focus on our mistakes, we will never be happy.

.

6. What makes us feel inadequate? That might be called poison.

.

Life will change if we start to change the way we live each day.

.

8. Happiness and success are unlimited and there is enough for everyone.

.

9. It is impossible for us to live without hurting or frustrating our loved ones, but if we let others come first, it will hurt and disappoint us instead.

.

10. Chasing a dream may be risky, but the most risky is to do nothing.

.

11. No one's been thinking about us all night. They're busy thinking about themselves, too.

In total, this book took us almost 2 months to finish, probably because there was no time to read it, and the content was quite heavy, so I didn't want to read it, haha. But when I finished reading it was like hey, it was good. Very good. There were a lot of sentences that made me want to get up and change myself, and I read more stories and experiences of the writer's life that made me look new...

# Book review

# Books to read

# Read and want to tell

# VibeWithND

# Read with ND

4/7 Edited to

... Read moreหลังอ่าน “ไม่เป็นไร ปลอดภัย เป็นที่รัก” (Mel Robbins) จบ เรารู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ได้มาเพื่อปลอบแบบหวานๆ อย่างเดียว แต่มาช่วย “จัดระเบียบความคิด” เรื่องการเห็นคุณค่าในตัวเองแบบเป็นขั้นเป็นตอน โดยเฉพาะวันที่เรารู้สึกผิดพลาด ไม่เก่งพอ หรือเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่นตลอดเวลา สิ่งที่เราได้เพิ่มจาก 11 ข้อคิดในเล่ม คือการเอาไปใช้จริงในชีวิตประจำวันให้เป็น “นิสัยเล็กๆ” เพราะในหนังสือมีประโยคที่โดนมากประมาณว่า “ชีวิตจะเริ่มเปลี่ยนไป ถ้าเราเริ่มเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตในแต่ละวัน” พอคิดแบบนี้ เราเลยลองทำ 3 อย่างที่ง่ายมาก แต่ช่วยพยุงใจได้ดี 1) เริ่มวันด้วยประโยคสั้นๆ กับตัวเอง เราเขียนไว้หน้ากระจกเลยว่า “ไม่เป็นไร ปลอดภัย เป็นที่รัก” (บางวันพูดออกเสียงด้วย) ฟังดูเขินๆ แต่ช่วยให้สมองหยุดโหมดตำหนิตัวเอง แล้วกลับมามองตัวเองแบบคนที่ควรถูกดูแล 2) เปลี่ยนจากโฟกัส “ความผิดพลาด” เป็น “บทเรียน” เล่มนี้เตือนบ่อยว่า ถ้าเรามัวแต่มุ่งความสนใจไปที่ความผิดพลาด เราจะไม่มีวันมีความสุข เราเลยลองทำเช็กลิสต์หลังจบวัน 2 บรรทัด: วันนี้พลาดอะไร / แล้วฉันเรียนรู้อะไรจากมัน แค่เปลี่ยนคำถาม ความรู้สึกก็เบาลงมาก 3) แยก “สิ่งที่เป็นยาพิษ” ออกจากชีวิตแบบไม่ต้องรู้สึกผิด ข้อที่พูดถึงความไม่พอใจว่าอาจเป็น “ยาพิษ” ทำให้เรากล้าทบทวนสิ่งที่ทำแล้วหมดแรง เช่น การเลื่อนฟีดจนเปรียบเทียบตัวเอง หรือการรับปากทุกงานเพราะกลัวคนอื่นไม่รัก จากนั้นตั้งกติกาเล็กๆ เช่น จำกัดเวลาหน้าจอ หรือฝึกพูดว่า “ขอคิดดูก่อน” แทนการตอบตกลงทันที อีกประโยคที่ช่วยดันหลังคือ “การไล่ตามความฝันอาจเป็นเรื่องเสี่ยง แต่จะเสี่ยงกว่าถ้าไม่ทำอะไรเลย” เราเอาไปใช้กับเรื่องงานและการเริ่มโปรเจกต์ที่ดองมานาน สรุปคือไม่ต้องก้าวใหญ่ แค่ก้าวเล็กทุกวันก็ถือว่าชนะแล้ว สุดท้าย ถ้าใครกำลังค้นหารีวิว “ไม่เป็นไร ปลอดภัย เป็นที่รัก” เพราะอยากได้หนังสือที่อ่านแล้วรู้สึกอ่อนโยนกับตัวเองมากขึ้น เล่มนี้เหมาะมาก โดยเฉพาะคนที่ชอบแบกความคาดหวัง หรือเผลอให้คนอื่นมาก่อนจนตัวเองพร่องตลอด อ่านจบแล้วมันเหมือนมีเสียงเตือนเบาๆ ว่า “วันนี้ฉันให้ตัวเองมาก่อนบ้างก็ได้”