"อียิปต์จะถึงคราล่มสลายแล้วจริงๆ หรือไม่ แล้วมัมมี่กลับมามีชีวิตอีกได้ยังไง"✨️❤️📚

ปริศนาห้องปิดตายของฟาโรห์

.

เรื่องราวเล่มนี้เล่าถึงสมัยอียิปต์เมื่อ 1300 ปีก่อน การทำพิธีกรรมต่างๆ ความเชื่อเรื่องเทพเจ้าของคนอียิปที่ถูกนำมาเล่าไว้ในเรื่องนี้ นักบวชเซติคนหนึ่งที่เสียชีวิตไปแล้ว 6 เดือน กลับได้โอกาสมามีชีวิตอีกครั้งเพราะเสี้ยวหัวใจหายไป เทพเจ้าตัดสินโทษให้ไม่ได้ แถมในช่วงเวลาเดียวกันมัมมี่ฟาโรห์ก็มาหายไปจากสุสานในวันทำพิธีศพอีก เซติจึงต้องตามสืบเรื่องราวต่างๆผ่านผู้คนที่รู้จัก และตามหาหัวใจไปด้วย

.

ถ้าใครอยากลองเปลี่ยนแนวการอ่าน มาอ่านสไตล์นี้บ้าง เราขอแนะนำเลย เล่มนี้อ่านง่าย เนื้อหาย่อยง่าย สืบสวนไม่หนัก มีหักมุมแบบงงๆท้ายเรื่องแต่ก็ถือว่าไม่แย่ ติดใจแค่นิดเดียวที่ผู้เขียนเล่าเรื่องที่มัมมี่ฟื้นขึ้นมาพูดคุยกับผู้คนในเรื่องได้ปกติ แต่ไม่มีใครในเรื่องที่ดูตกใจกับการฟื้นชีพนี้เลย ก็แอบเข้าใจว่าเนื้อหาออกแนวแฟนตาซี ก็คงไม่แปลกตรงนี้ล่ะมั้ง แต่โดยรวมเราชอบสไตล์การเขียนที่ไม่เวิ่นเว่อของเล่มนี้มาก ไม่มีตรงไหนเอื่อยเลย อ่านได้ลื่นทั้งเล่ม แถมชอบสุดคือหน้าปกสวยเวอร์

.

อยากมาลองเดาภาพหน้าปกเล่นๆว่าเป็นรูปตัวละครคนไหนในเรื่อง ตอนแรกคิดว่าเป็นเทพเจ้าองค์หนึ่ง แต่ก็แว๊บว่าน่าจะเป็นตัวละครหลัก ทุกคนคิดเห็นว่าไงกับภาพหน้าปกนี้

#รีวิวหนังสือ

#หนังสือน่าอ่าน

#BookReview

#book

#ปริศนาห้องปิดตายของฟาโรห์

5/31 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์อียิปต์และเรื่องเล่าแฟนตาซี รวมถึงความลี้ลับของมัมมี่ ผมรู้สึกว่านิยายเรื่องนี้จัดว่าเป็นการนำเสนอที่ลงตัว เพราะช่วยเปิดมุมมองใหม่เรื่องวิถีชีวิตและความเชื่อในอียิปต์ยุค 1300 ปีก่อนคริสตกาลได้อย่างน่าสนใจ จากที่อ่านเล่มนี้ ผมประทับใจการสร้างตัวละคร เซติ นักบวชที่ฟื้นคืนชีพมาเพื่อแก้ปริศนาเกี่ยวกับหัวใจที่หายไปและมัมมี่ฟาโรห์ที่หายตัว สะท้อนถึงความเชื่อเรื่องวิญญาณและเทพเจ้าที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตผู้คนยุคนั้น งานเขียนมีความกระชับ ลื่นไหล ทำให้เรื่องสืบสวนไม่ดูซับซ้อนเกินไป เหมาะสำหรับผู้อ่านที่สนใจแฟนตาซีประวัติศาสตร์โดยไม่อยากอ่านเนื้อหาหนักหรือซับซ้อนมาก สิ่งที่ผมอยากเสริมคือความน่าสนใจของการใช้ธีมห้องปิดตาย (密室) ที่เป็นองค์ประกอบในแนวสืบสวนแบบปริศนา โดยมีมัมมี่ฟาโรห์อเคนาเทนเป็นจุดศูนย์กลางของความลึกลับนี้ ซึ่งเป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างแฟนตาซีกับเรื่องราวประวัติศาสตร์และพิธีกรรมในอียิปต์ ช่วยสร้างบรรยากาศที่เพิ่มความตื่นเต้นในการอ่าน อีกประการที่ผมชอบคือการเล่าเรื่องที่ไม่มีการเวิ่นเว้อ อ่านแล้วไม่รู้สึกยืดเยื้อ แถมเน้นความเร็วในการเดินเรื่อง ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อและสามารถติดตามรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการอ่านหนังสือที่ผสมผสานระหว่างการสืบสวนและการเล่าเรื่องแฟนตาซีเชิงวัฒนธรรม จะพบว่าหนังสือเล่มนี้เติมเต็มความสนุกได้ดีทีเดียว นอกจากนี้ ผมยังสนุกกับการลองตีความภาพหน้าปก ซึ่งน่าจะเป็นตัวละครหลักหรือเทพเจ้าบางองค์ในเรื่อง เป็นอีกมิติหนึ่งที่เพิ่มความน่าสนใจและชวนให้ผู้อ่านได้ร่วมไขปริศนาไปด้วยกัน สุดท้าย ผมขอแนะนำหนังสือเล่มนี้สำหรับผู้ที่ต้องการอ่านนิยายสืบสวนแฟนตาซีที่ได้กลิ่นอายวัฒนธรรมอียิปต์และมีความลึกลับชวนติดตามอย่างลงตัว