Race Day Recap:

Race Day Recap: From the early morning warmup to that final push across the finish line, our VING athletes, Barnabas Kiplimo and Julius Kiprono, had an incredible showing at the Khon Kaen International Marathon 2026.

The road continues, and we are ready for the next challenge.

#KhonKaenMarathon2026 #VING #KKIM2026 #marathonsandals #Nirun

1/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนที่เสิร์ชหา “Khon Kaen International Marathon 2026” มักอยากรู้มากกว่าสรุปสั้นๆ ว่าวันแข่งเป็นยังไง—เลยขอเล่ารายละเอียดแบบนักวิ่งคุยกัน ตั้งแต่ก่อนปล่อยตัวจนจบเรซ เผื่อเป็นไอเดียสำหรับคนที่จะไปงานใหญ่ๆ อย่าง ขอนแก่น / ระยอง หรือแม้แต่ “ยะลา มาราธอน 2026” ด้วย เช้าวันแข่งของมาราธอน 42.195 กม. บรรยากาศจะตื่นมากเป็นพิเศษ จุดสตาร์ตคนแน่น เสียงเชียร์และจังหวะการออกตัวทำให้หัวใจเต้นแรงกว่าซ้อมจริงเสมอ ในภาพที่เห็น Barnabas Kiplimo และ Julius Kiprono ใส่เสื้อกล้ามสีเหลืองของทีม (หมายเลข 11589/11590) เป็นฟีล “ออกตัวนำกลุ่ม” ที่ต้องคุมจังหวะให้ดี เพราะถ้าเร่งตั้งแต่กิโลแรกๆ เกินไป ช่วงท้ายมีสิทธิ์แผ่วได้ง่าย สิ่งที่คนถามบ่อยคือ “รองเท้าแตะมาราธอน” วิ่งได้จริงไหม? จากที่เห็นในภาพมีทั้งถุงเท้าพิมพ์ลาย VING และรองเท้าแตะโทนสีอ่อน ซึ่งจุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่หน้าตารองเท้าอย่างเดียว แต่อยู่ที่การซ้อมให้ชินกับอุปกรณ์เดิมๆ ก่อนวันจริง ถ้าใครคิดจะลองรองเท้าแตะมาราธอน แนะนำให้เริ่มจากระยะสั้นก่อน (เช่น 5–10K) แล้วค่อยเพิ่มระยะ ไม่ควรเปลี่ยนแบบกะทันหันในวันแข่ง เพราะเสี่ยงเจ็บฝ่าเท้า/น่อง และเกิดแผลพุพองได้ อีกคีย์เวิร์ดที่เจอบ่อยคือ “ชื่ออะไร” หลายครั้งคนค้นหาเพื่ออยากรู้ชื่อของนักวิ่งในภาพหรือชื่อรายการแข่งให้แน่ใจ สำหรับโพสต์นี้ นักวิ่งหลักคือ Barnabas Kiplimo และ Julius Kiprono ส่วนรายการคือ Khon Kaen International Marathon 2026 (KKIM 2026) นั่นเอง ถ้าคุณกำลังวางแผนไปงานอื่นๆ อย่าง Rayong Long Beach Marathon 2026 หรือ ยะลา มาราธอน 2026 สิ่งที่ใช้ได้กับทุกสนามคือ 3 เรื่องนี้: 1) วางแผนการกินน้ำ/เกลือแร่ล่วงหน้า (อย่ารอให้กระหาย) 2) คุมเพซช่วงต้นให้ “ง่ายกว่าที่รู้สึกว่าทำได้” เพื่อเหลือแรงช่วง 10K สุดท้าย 3) เตรียมชุด/อุปกรณ์ให้เหมือนตอนซ้อมมากที่สุด รวมถึงถุงเท้า เสื้อกล้าม และรองเท้าที่ใส่จริง สุดท้าย โมเมนต์หลังเส้นชัยคือของจริง—ในภาพมีช็อตยืนพัก มือเท้าสะเอว หรือก้มหน้าเดินบนถนนหลังแข่ง ซึ่งเป็นภาษากายของคน “ทุ่มสุดแล้ว” และนั่นแหละคือเสน่ห์ของ Race Day: จบเรซแล้วค่อยกลับไปปรับแผน และพร้อมท้าทายสนามถัดไปอีกครั้ง