ทำมาการองยังไงไม่ให้ติดถาด ก็ต้องมีกระดาษรองอบสิ แต่จะเป็นกระดาษไขธรรมดาๆไม่ได้นะ แบบนั้นไม่ทนความร้อนแถมขนมติดด้วย แนะนำกระดาษไขเคลือบพิเศษของ Boxjourney เลยจ้า ผลิตจากกระดาษ Food grade ปลอดภัย กันน้ำและกันมันได้ดี ทำให้เราอบขนมออกมาได้สวยๆเลย
……………………………………
ส่วนผสม
ส่วนฝามาการอง
Almond Paste
1.อัลมอนด์ป่น 95 กรัม
2.น้ำตาลไอซิ่ง 95 กรัม
3.ไข่ขาว (1) 35 กรัม
4.สีผสมอาหาร ชนิดเจล หรือ ผง
เมอแรงค์
5.ไข่ขาว (2) 35 กรัม
6.น้ำตาลทรายเบเกอรี่ 60 กรัม
……………………………………
วิธีทำ
1.เตรียมอัลม่อนด์ป่น อบไล่ความชื้น 50-60 องศาเซลเซียส 15 นาที พักให้เย็นก่อนนำมาใช้
2.ร่อนอัลมอนด์ป่น และน้ำตาลไอซิ่งผสมรวมกัน
3.นำไข่ขาวใส่ลงในส่วนอัลมอนด์ คนให้เข้ากันด้วยไม้พายพักไว้
4.ในส่วนของการตี Meringue ต้มน้ำในหม้อให้เดือด ปิดไฟ ในชามผสมอีกใบเทไข่ขาว และน้ำตาลทรายรวมกัน นำขึ้นตั้งบนหม้อ ใช้ตะกร้อไฟฟ้าตีให้ส่วนผสมให้เข้ากันเรื่อยๆ จนไข่ขาวมีอุณหภูมิประมาณ 50 องศาเซลเซียส (โฟมไข่ขาวจะมีความแน่น อยู่ตัวดีขึ้นเมื่อได้รับความร้อน)
5.แบ่ง Meringue เป็น 2 ส่วน ส่วนแรกตักผสมกับส่วน Almond Paste จนเข้ากัน ตักส่วนที่เหลือทั้งหมดลงไปตะล่อมให้เข้ากัน (ในส่วนนี้ให้เบามือลง และอย่าคนเยอะมากเกินไปจะทำให้ส่วนผสมเหลวได้)
6.แบ่งผสมสีตามที่ต้องการ (ระวังอย่าคนแรงคนนานมากเกินไปในช่ วงผสมสี)
7.ตักส่วนผสมลงถุงบีบ บีบด้วยหัวบีบเบอร์ 10 หลังบีบเสร็จให้ตบถาดให้มาการองกระจายตัวตี ป้องกันไม่ได้หน้าปริแตก
8.นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 135 องศาเซลเซียส ไฟบน-ล่าง เปิดพัดลม ประมาณ 18-22 นาที
9.หลังอบเสร็จพักให้เย็นบนถาด 5-10 นาที นำออกจากถาดพักบนตะแกรง เก็บในกล่องไม่สัมผัสอากาศ รอประกอบ
……………………………………
Filling: Cream Cheese Base
ส่วนผสม
1.ครีมชีส 150 กรัม
2.เนยสด 60 กรัม
3.น้ำตาลไอซิ่ง 30 กรัม
4.กลิ่นวานิลลา ½ ช้อนชา
วิธีทำ
1.ใช้ไม้พายกดครีมชีสจนนุ่มอ่อนตัว ตีให้เนียน ผสมเนยสดลงไป ตีต่อให้เข้ากัน
2.เติมน้ำตาลไอซิ่ง และกลิ่นวานิลลาผสมให้เข้ากัน
……………………………………
รอยัลไอซิ่ง (ตกแต่ง)
ส่วนผสม
1.น้ำตาลไอซิ่ง 50 กรัม
2.ไข่ขาวพาสเจอไรซ์ 7 กรัม
วิธีทำ
1. ผสมน้ำตาลไอซิ่ง และไข่ขาวเข้าด้วยกัน คนจนเนียน
2. แบ่งผสมสีตามชอบ ใส่ถุงบีบไ ว้รอสำหรับการตกแต่ง
#มาการอง #homebake #Boxjourney #กระดาษรองอบ #กระดาษรองอบboxjourney
ถ้ากำลังวนลูปคิดว่า “ทำขนมอะไรดี” แล้วอยากได้เมนูที่ทำแล้วดูว้าว เหมาะทั้งทำกินเองและทำเป็นของขวัญ เราเชียร์ “มาการอง” เลยค่ะ เพราะเป็นขนมที่ฝึกเทคนิคได้หลายอย่าง แถมตกแต่งรอยัลไอซิ่งให้คิ้วท์ๆ ได้อีกด้วย (ยุบยิบตามใจชอบ) อย่างแรกที่ทำให้มือใหม่ท้อบ่อยๆ คือ “ติดถาด/ติดกระดาษ” หรือยกฝาแล้วหน้าพัง สิ่งที่ช่วยได้มากจริงๆ คือการใช้กระดาษรองอบที่เป็น Food grade และทนความร้อนดี แบบเคลือบพิเศษจะกันน้ำกันมัน ทำให้แกะมาการองออกง่ายกว่าเยอะ และหน้าไม่ช้ำค่ะ (ถ้าใช้กระดาษไขธรรมดาที่ไม่เหมาะกับอบ บางทีทั้งติดทั้งไหม้ได้) อีกจุดที่อยากแชร์จากประสบการณ์คือ “เตรียมวัตถุดิบให้แห้งและนิ่ง” โดยเฉพาะอัลมอนด์ป่น—การอบไล่ความชื้นเบาๆ แล้วพักให้เย็นก่อนใช้ ช่วยให้ผิวฝาออกมาเรียบขึ้น และลดโอกาสหน้าแตกเวลาขึ้นฟูในเตาอบค่ะ เรื่องเมอแรงค์: หลายคนตีแล้วเหลวหรือยุบง่าย เราชอบวิธีอุ่นไข่ขาวกับน้ำตาลบนหม้อน้ำร้อน (คล้าย Swiss meringue) เพราะทำให้โฟมแน่นขึ้น ตีแล้วตั้งยอดง่ายกว่า แต่ต้องระวังอุณหภูมิ อย่าให้ร้อนเกินจนไข่สุกเป็นลิ่มนะคะ ประมาณอุ่นจนแตะแล้วอุ่นๆ หรือราว 50°C กำลังดี ขั้นตอนที่ทำให้มาการองพังบ่อยสุดคือ “ตะล่อม (macaronage)” แนะนำให้หยุดเป็นช่วงๆ แล้วสังเกตเนื้อ: เวลายกไม้พายแล้วแป้งไหลเป็นริบบอนต่อเนื่อง พอเขียนเลข 8 ได้แบบไม่ขาดเร็วเกินไป ถือว่าใกล้แล้ว ถ้าคนเพลินจนเหลวมาก ฝาจะแผ่ แบน และเท้าไม่สวยค่ะ ก่อนอบอย่าลืมตบถาดไล่ฟองอากาศ และใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มฟองใหญ่ๆ ให้แตก จะช่วยลดโพรงอากาศด้านในได้ ส่วนเวลาอบจริงให้ดูที่เตาเป็นหลัก เพราะแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน: ถ้าหน้าเริ่มเหลืองไว ลดไฟลงนิดหรือเลื่อนถาดให้ต่ำลง ถ้าก้นยังนิ่ม ให้เพิ่มเวลาอบทีละ 1–2 นาทีค่ะ ฟิลลิ่งครีมชีสเป็นตัวเลือกที่เข้ากับมาการองมาก เพราะรสตัดหวานดี แนะนำให้พักไส้ในตู้เย็นให้เซ็ตตัวก่อนบีบ จะได้ทรงสวย และหลังประกบแล้วพักในกล่องปิดสนิท (ไม่ให้สัมผัสอากาศ) สัก 1 คืน รสชาติจะเข้ากันขึ้น เนื้อจะหนึบขึ้นแบบที่หลายคนชอบค่ะ ถ้ายังคิดไม่ออกว่า “ทำขนมอะไรดี” ลองทำมาการองรอบแรกแบบไม่กดดัน เลือกสีเจล/ผงทีละน้อย และโฟกัสให้เนื้อแป้งกับการอบนิ่งๆ ก่อน รอบต่อไปค่อยเพิ่มลายตกแต่งด้วยรอยัลไอซิ่ง สนุกขึ้นมากแน่นอนค่ะ
