แกงกะทิปลา

9/2 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมใครกำลังหาเมนู “แกงกะทิปลากะพง” หรือ “แกงกระทิปลา” แบบรสบ้านๆ ทำตามได้จริงที่บ้าน ฉันทำบ่อยเวลามีปลากะพงสด เพราะเนื้อแน่น ไม่เละง่าย และเข้ากับกะทิมากๆ วัตถุดิบที่ฉันใช้ (ปรับได้ตามบ้านนะ) - ปลากะพงหั่นชิ้น 400–600 กรัม - กะทิ 1 กล่อง/1 กะละมังเล็ก (แยกหัวกะทิกับหางกะทิได้จะดี) - พริกแกงเผ็ด/พริกแกงแดง 2–3 ช้อนโต๊ะ - เครื่องดับคาว: ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด (มีอะไรก็ใส่) - เครื่องปรุง: น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ/น้ำตาลทรายเล็กน้อย - ผักใส่แกง (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง): หน่อไม้ มะเขือเปราะ ฟักทอง หรือยอดมะพร้าว - ใบโหระพาหรือใบมะกรูดฉีกเพิ่มความหอม เคล็ดลับเลือกปลาและล้างปลาไม่ให้คาว ปลากะพงถ้าสดจริง เนื้อจะเด้ง กลิ่นไม่แรง ฉันชอบล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วซับให้แห้ง จากนั้นคลุกเกลือนิดเดียวหรือบีบมะนาวบางๆ แล้วล้างออกเร็วๆ (อย่าหมักนาน เดี๋ยวเนื้อจะแข็ง) ซับให้แห้งก่อนลงหม้อช่วยลดคาวและทำให้เนื้อปลาไม่แตกง่าย วิธีทำแกงกะทิปลาให้อร่อยเข้มข้น 1) เคี่ยวหัวกะทิ: ใส่หัวกะทิลงหม้อ เปิดไฟกลาง คนเรื่อยๆ จนเริ่มหอมและมีน้ำมันกะทิแยกตัว (แตกมันนิดๆ) ขั้นนี้ทำให้แกงหอมและรสแน่น 2) ผัดพริกแกง: ใส่พริกแกงลงไปผัดกับหัวกะทิให้หอม สีสวย (ถ้าแห้งไปเติมหางกะทิทีละนิด) 3) เติมหางกะทิและเครื่องดับคาว: ใส่หางกะทิลงไป ตามด้วยข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ต้มให้เดือดเบาๆ 4) ใส่ผักที่สุกยากก่อน: เช่น ฟักทองหรือหน่อไม้ ต้มให้เกือบนิ่ม 5) ใส่ปลากะพง: ใส่ปลาแล้วลดเป็นไฟอ่อน-กลาง ห้ามคนแรงๆ ให้ใช้วิธี “เขย่าหม้อ/ตักราด” เพื่อไม่ให้ปลาแตก ต้มจนปลาเริ่มสุก (อย่าต้มเกินไป เนื้อจะแข็ง) 6) ปรุงรส: ใส่น้ำปลาให้เค็มพอดี เติมน้ำตาลปี๊บปลายช้อนให้รสกลมกล่อม ชิมแล้วค่อยปรับ (บางบ้านชอบเติมพริกสดเพิ่มความเผ็ดก็ได้) 7) ปิดท้ายความหอม: ใส่โหระพาหรือใบมะกรูดฉีก แล้วปิดไฟทันที ทริคเล็กๆ ที่ช่วยให้แกงไม่เลี่ยน ถ้ากะทิเข้มมาก ฉันจะเติมน้ำซุปหรือน้ำเปล่านิดเดียวให้ซดคล่องขึ้น และใส่ใบมะกรูดช่วยตัดเลี่ยนได้ดี เสิร์ฟยังไงให้อร่อย แกงกะทิปลากะพงเข้ากับข้าวสวยร้อนๆ มาก หรือจะกินคู่ไข่เจียว/ผักสดก็ยิ่งลงตัว ถ้าเหลือค้างคืน รสจะยิ่งเข้มข้น แต่ตอนอุ่นให้ใช้ไฟอ่อนและอย่าคนแรงเพื่อให้ชิ้นปลายังสวยอยู่