👉 ไม่มีใคร..อยากอยู่ใกล้ “ คนคิดลบ ” ที่มองทุกเรื่องเป็นปัญหา พูดแต่เรื่องแย่ๆ ของคนอื่นตลอดเวลา
ยิ่งคุย .. ยิ่งเครียด
ยิ่งคบ .. ยิ่งอึดอัด
ปล่อยพลังงานที่ทำให้รู้สึกว่า
“ โลกนี้ช่างเลวร้าย ”
คนพวกนี้..จะมีตรรกะแปลกๆ
ชอบคิดแทนชาวบ้าน
แล้วสรุปเองว่า “มันต้องใช่”
“ โลกแคบ ” มองคนอื่นในแง่ร้าย ตัดสิน ถูก-ผิด โดยยึดตัวเองเป็นหลัก..
ถ้าคุยแล้วรู้สึกว่า..“ ใจเราดิ่งลง ” ก็เลิกคุย อย่าให้ใค รมาทำให้..“ โลกเรามืดมนไปด้วย ”
เลือกคบคนที่คุยด้วยแล้ว “ สบายใจ ” เวลาเจอวิกฤต จะมีเหตุผล มีทางออก มีคำแนะนำดีๆ ให้
ไม่ใช่ว่า..สิ่งที่เจอ ก็แย่อยู่แล้ว
นอกจาก...จะไม่ช่วยแก้ ยังต้องมาฟัง...เรื่องอะไรที่ไม่สร้างสรรค์..
จำไว้ว่า อยากเป็นคนแบบไหน? ให้พาตัวเองไปอยู่ใกล้คนแบบนั้น..
ที่สำคัญ..
อย่าเป็นแบบนั้น ซะเอง..!!
cr.PuiPinnarat
จากประสบการณ์ที่ได้เจอคนคิดลบบ่อยครั้ง พบว่าการอยู่ใกล้คนที่ชอบมองโลกในแง่ร้าย ส่งผลกระทบต่ออารมณ์และความรู้สึกของเราอย่างมาก คนคิดลบมักจะมองทุกเรื่องเป็นปัญหาและมักตัดสินผู้อื่นในแบบที่ไม่เหมาะสม จึงทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเครียดและกดดัน ผมแนะนำว่าควรเป็นฝ่ายกำหนดขอบเขตในความสัมพันธ์นั้น ๆ ถ้าเมื่อต้องคุยหรืออยู่ใกล้แล้วรู้สึกว่าใจดิ่งลงหรือรู้สึกอึดอัด ควรถอยออกมาเพื่อรักษาสุขภาพจิตของตัวเอง สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือการเลือกคบกับคนที่เมื่อคุยด้วยแล้วรู้สึกสบายใจและได้รับกำลังใจ คนเหล่านี้จะมีวิธีช่วยให้เราเห็นทางออกและคำแนะนำที่ดีในเวลาที่เผชิญความยากลำบาก สิ่งที่น่ากังวลคือ การฟังแต่เรื่องแย่ ๆ โดยไม่ช่วยแก้ไขใด ๆ นอกจากจะเปลืองพลังงานแล้วยังอาจทำให้ติดกับในมุมมองแง่ร้ายของโลกด้วย นอกจากนี้ คำพูดที่ว่า ความสุขไม่ใช่การมีครบทุกอย่าง แต่คือการปล่อยผ่านสิ่งที่ไม่จำเป็นนั้นเป็นคำกล่าวที่ผมรู้สึกเข้ากับสถานการณ์นี้ได้ดี การเรียนรู้ที่จะปล่อยวางและไม่ยึดติดกับมุมมองลบถือเป็นกุญแจสู่ชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น การใช้ชีวิตในสังคม เราควรพาตัวเองไปอยู่ใกล้คนที่มีพลังบวกและรู้จักแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้กัน เพราะท้ายที่สุดเราอยากเป็นคนแบบไหนก็ต้องอยู่กับคนแบบนั้น และที่สำคัญคืออย่าเป็นคนคิดลบแบบนั้นเสียเองด้วย